7/2/2009 ปลูกพืชไร้ดิน,การปลูกพืชไร้ดิน,ปลูกพืชไม่ใช้ดิน,การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน, สมุนไพร, fresh salad, ตะไคร้หอม,ไฮโดรโปรนิกส์,ผักปลอดสารพิษ, การปลูกพืชไร้ดิน,hydroponics,ไฮโดรโปนิกส์, hydroponics system hydroponics drf hydroponics nft hydroponics farm fresh vegetables hydroponics vegetable seed hydroponics vegetable seed food fresh vegetable vegetarian food pesticide free fresh vegetable processing vegetables process salad mix fresh salad mixes salad dressing fruit salad green house,ไฮโดรโปรนิกส์,ผักปลอดสารพิษ,สมุนไพร,ปลูกพืชไร้ดิน,พันธุ์ไม้, ไฮโดรโปนิกส์, ไฮโดรโพนิกส์, ต้นกล้า, พรรณไม้, ผักปลอดสารพิษ, ปลูกผักไร้ดิน, ผักปลอดสาร, ปลอดสารพิษ, แปลงปลูก, เพาะชำ, เทคโนโลยี, การเกษตร, สรรพคุณ, สมุนไพร, พืชสมุนไพร, รักษาโรค, กระเจี๊ยบแดง, กระชาย, กระเทียม, กระวาน, กล้วย, กะทือ, กะเพรา, กานพลู, ขมิ้น, ข่า, ขิง, ขี้เหล็ก, คูน, ชุมเห็ดเทศ, ชุมเห็ดไทย, ตะไคร้, ตะไคร้หอม, ทองพันชั่ง, ทับทิม, น้อยหน่า, บัวบก, ผักคราดหัวแหวน, ผักบุ้งทะเล, ฝรั่ง, พญายอ, เพกา, ไพล, ฟักทอง, ฟ้าทะลายโจร, มะเกลือ, มะขาม, มะขามแขก, มะนาว, มะหาด, มังคุด, แมงลัก, ยอ, เล็บมือนาง, บัวบก, ผักคราดหัวแหวน, processing vegetables process , ไฮโดรโปนิกส์, ปลูกพืชไร้ดิน, การปลูกพืชไร้ดิน, ว่านหางจระเข้, สะแก, สีเสียด, ตะไคร้หอม, ว่านหางจระเข้, แตงกวา บวบ,รักษาโรค, เทคโนโลยี,กสิกรรม, สะแก, สีเสียด, เสลดพังพอนตัวผู้, หญ้าหนวดแมว, แปลงปลูก,หญ้าหนวดแมว, หญ้าแห้วหมู, ปลอดสารพิษ, food safety,Bangkok, Thailand food safety, vegetables, การปลูกพืชไร้ดิน, กะทือ, กานพลู, ปลูกพืชไม่ใช้ดิน, พืชสมุนไพร, ปลูกพืชไร้ดิน, ผักสลัด,เบต้า-แคโรทีน, ผักสลัด,เบต้า-แคโรทีน, พันธุ์ไม้, ปลูกผักไร้ดิน, ผักสลัด,กระเทียมต้น กวางตุ้ง กะหล่ำปลี, การเกษตร, คูน, ชุมเห็ดเทศ, ผักโขมเป็นผักที่มีสารชนิดหนึ่งชื่อ ซาโปนิน สรรพคุณช่วย ลดโคเลสเตอร์รอล, ตะไคร้หอม, vegetarian food, ปลูกพืชไร้ดิน, ปลูกพืชไร้ดิน, ผักบุ้งทะเล, ฝรั่ง, พญายอ, เพกา, ตะไคร้หอม, ชุมเห็ดไทย, ตะไคร้, การปลูกพืชไร้ดิน, ชุมเห็ดไทย, ตะไคร้, เล็บมือนาง, บัวบก, ผักคราดหัวแหวน, ปลูกพืชไร้ดิน, พันธุ์ไม้, การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน, ไฮโดรโพนิกส์, ต้นกล้า, ปลูกผักปลอดสารพิษ, กะเพรา, กระเทียม, กระวาน, กล้วย, กะเพรา, ไฮโดรโปรนิกส์, ผักปลอดสารพิษ, vegetable seed, ผักกาดขาว (Chinese white cabbage), เพาะชำ, ผักกะหล่ำ กระหล่ำปลี บรอคโคลี่ กระเจี๊ยบแดง, กระชาย, หญ้าหนวดแมว, มังคุด, แมงลัก, ผักสลัด,ผักโขม (Amaranth), ผักโขมจีน, ผักโขมสวน, ปลอดสารพิษ, ปลูกพืชไม่ใช้ดิน, มะเกลือ, มะขาม, มะขามแขก, ทองพันชั่ง, ทับทิม, น้อยหน่า, mixes salad dressing, ผักกาดเขียวน้อย, ผักกวางตุ้งไทย, ไฮโดรโปรนิกส์, ผักปลอดสารพิษ, พรรณไม้, ผักปลอดสารพิษ, ผักสลัด,ผักโขม (Amaranth), ผักโขมจีน, ผักโขมสวน, ข้าวโพด คะน้า คึ่นช่าย ดอกกะหล่ำ, ปลูกพืชไม่ใช้ดิน, มะหาด, สมุนไพร,ยอ, processing vegetables process , hydroponics system, ไฮโดรโปนิกส์, ปลูกพืชไม่ใช้ดิน, ปลูกพืชไร้ดิน, ไฮโดรโปรนิกส์, ผักปลอดสารพิษ, การบริโภค ผักโขม ช่วยเลี่ยงการเกิด โรคมะเร็ง ใน กระเพาะอาหาร, สมุนไพร, vegetarian food, ขิง, ขี้เหล็ก, พืชสมุนไพร, เทคโนโลยีการเกษตร, ผักโขมเป็นผักที่มีสารชนิดหนึ่งชื่อ ซาโปนิน สรรพคุณช่วย ลดโคเลสเตอร์รอล, เพาะชำ, ผักกะหล่ำ กระหล่ำปลี บรอคโคลี่food fresh vegetable, เสลดพังพอนตัวผู้, hydroponics vegetable, มะหาด, สมุนไพร,ยอ, ขิง, ขี้เหล็ก, ผักสลัด,กระเทียมต้น กวางตุ้ง กะหล่ำปลี, หญ้าหนวดแมว, hydroponics, ปลูกพืชไร้ดิน, การปลูกพืชไร้ดิน, ไฮโดรโปรนิกส์, hydroponics drft, ปวยเล้ง (Spinach), ผักป๊อบอาย, คูน, ชุมเห็ดเทศ, มังคุด, แมงลัก, เสลดพังพอนตัวผู้, ผักกาดฮ่องเต้ ผักชี ผักบุ้ง, ผักสลัด,ผักโขม (Amaranth), ผักโขมจีน, ผักโขมสวน, ไฮโดรโปนิกส์, การปลูกพืชไร้ดิน, hydroponics nft, พรรณไม้, ผักปลอดสารพิษ, hydroponics, การบริโภค ผักโขม ช่วยเลี่ยงการเกิด โรคมะเร็ง ใน กระเพาะอาหาร, ผักกวางตุ้งไต้หวัน, ถั่วฝักยาว,ลำต้นและใบ, seed hydroponics, ผักกาดเขียวน้อย, ผักกวางตุ้งไทย, ปลูกพืชไร้ดิน, การปลูกพืชไร้ดิน, ชุมเห็ดไทย, ตะไคร้, ปลูกพืชไร้ดิน, พันธุ์ไม้, ปลูกพืชไร้ดิน, ปลูกพืชไร้ดิน, พรรณไม้, ผักปลอดสารพิษ, ไฮโดรโปนิกส์, มะเกลือ, มะขาม, มะขามแขก, ทองพันชั่ง, ทับทิม, น้อยหน่า, ผักสลัด,ผักโขม (Amaranth), ผักโขมจีน, ผักโขมสวน, มะหาด, สมุนไพร,ยอ, pesticide free fresh vegetable, คะน้า, ผักบุ้งจีน, การเกษตร, ผักสลัด,เบต้า-แคโรทีน, food safety, การเกษตร, seed hydroponics, ปลูกพืชไร้ดิน, ไพล, ฟักทอง, ฟ้าทะลายโจร, ว่านหางจระเข้, สะแก, สีเสียด, มะเขือเทศ มะเขือยาว, มะระ, hydroponics vegetable, ผักกาดขาว (Chinese white cabbage), กะเพรา, ขมิ้น, ข่า, กะเพรา, hydroponics system, เล็บมือนาง, ผักสลัด,เบต้า-แคโรทีน, วิตามินเอ, วิตามินบี, วิตามินซี, วิตามินดี, วิตามินอี, ผักกวางตุ้งไต้หวัน, ถั่วฝักยาว,ลำต้นและใบ, พืชสมุนไพร, ปลูกพืชไร้ดิน, ปลูกผักปลอดสารพิษ, ปลูกพืชไร้ดิน, ผักกาดขาว (Chinese white cabbage), มะนาว, ปวยเล้ง (Spinach), ผักป๊อบอาย, ผักบุ้งทะเล, ฝรั่ง, พญายอ, เพกา, fresh salad, ผักสลัด,กระเทียมต้น กวางตุ้ง กะหล่ำปลี, แตงกวา บวบ,รักษาโรค, fresh salad, ผักปลอดสารพิษ, ทองพันชั่ง, ทับทิม, น้อยหน่า, vegetables, วิตามินเอ, วิตามินบี, วิตามินซี, วิตามินดี, วิตามินอี, room searching, food fresh vegetable, ไฮโดรโพนิกส์, ต้นกล้า, ผักโขมเป็นผักที่มีสารชนิดหนึ่งชื่อ ซาโปนิน สรรพคุณช่วย ลดโคเลสเตอร์รอล, แตงกวา, ถั่วลันเตา, ผักตำลึง, คื่นฉ่าย, พืชสมุนไพร, ผักกวางตุ้งไต้หวัน, แตงกวา แตงโม ถั่วแขก ถั่วพู, food fresh vegetable, กระเทียม, กระวาน, กล้วย, หญ้าหนวดแมว, ปลูกผักปลอดสารพิษ, มะหาด, สมุนไพร,ยอ, การบริโภค ผักโขม ช่วยเลี่ยงการเกิด โรคมะเร็ง ใน กระเพาะอาหาร, ผักกวางตุ้งไต้หวัน, ถั่วฝักยาว,ลำต้นและใบ, ผักสลัด,แกงเลียง แกงส้ม แกงจืด, vegetables, ไฮโดรโปนิกส์, ปลูกพืชไร้ดิน, บร็อกโคลี ปวยเล้ง ผักโขม ผักกาดขาว, มะนาว, ผักบุ้งทะเล, ฝรั่ง, พญายอ, เพกา, hydroponics farm fresh, ไฮโดรโปนิกส์, hydroponics system, แตงกวา แตงโม ถั่วแขก ถั่วพู, กระเจี๊ยบแดง, กระชาย, fruit salad, ไฮโดรโปนิกส์, คูน, ชุมเห็ดเทศ, มะเขือเทศ มะเขือยาว, มะระ, พันธุ์ไม้, ปลูกผักไร้ดิน, การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน, room searching, เทคโนโลยีการเกษตร, ผักกาดเขียวน้อย, ผักกวางตุ้งไทย, ไฮโดรโปรนิกส์, ตะไคร้หอม, แตงกวา, ถั่วลันเตา, ผักตำลึง, คื่นฉ่าย, ผักกาดฮ่องเต้ ผักชี ผักบุ้ง, กะทือ, กานพลู, ปลอดสารพิษ, กะทือ, กานพลู, คูน, ชุมเห็ดเทศ, ผักกวางตุ้งไต้หวัน, ถั่วฝักยาว,ลำต้นและใบ, room for rent, hydroponics drft, food fresh vegetable, ปลูกผักปลอดสารพิษ, มะเขือเทศ มะเขือยาว, มะระ, ปลูกผักไร้ดิน, ผักปลอดสาร, ผักบุ้งมะเขือเทศ มะเขือยาว, มะระ, กรุงเทพมหานคร, ผักโขมเป็นผักที่มีสารชนิดหนึ่งชื่อ ซาโปนิน สรรพคุณช่วย ลดโคเลสเตอร์รอล, ผักกาดฮ่องเต้ ผักชี ผักบุ้ง, hydroponics nft, ขิง, ขี้เหล็ก, salad mix, green house, green house,
7/2/2009, 8:27:26 PMผักปลอดสารพิษ,ผักปลอดภัยจากสารพิษ, 5,การปลูกพืชไม่ใช้ดิน,การปลูกพืชไร้ดิน,ปลูกพืชไม่ใช้ดิน, เล็บมือนาง, ปลูกพืชไร้ดิน, การปลูกพืชไร้ดิน, ผักบุ้งทะเล, ฝรั่ง, พญายอ, เพกา, สรรพคุณ, สมุนไพร, ปลูกพืช, ไม่ใช้ดิน,ไร้ดิน, ปลูกพืช, การปลูกพืช, ผักปลอดสารพิษ, ปลูกผักปลอดสารพิษ,เพกา, ไพล, ฟักทอง, ฟ้าทะลายโจร, มะเกลือ, มะขาม, มะขามแขก, มะนาว, มะหาด, มังคุด, แมงลัก, ยอ, สะแก, สีเสียด, การปลูกพืชไม่ใช้ดิน,การปลูกพืชไร้ดิน,ปลูกพืชไม่ใช้ดิน,เสลดพังพอนตัวผู้, หญ้าหนวดแมว, หญ้าแห้วหมู,Bangkok,Thailand, Paulownia, Hydroponics Thailand, ปลูกพืชไม่ใช้ดิน ปลูกพืช, ไม่ใช้ดิน, ไร้ดิน, ปลูกพืช, การปลูกพืช, ผักปลอดสารพิษ, ปลูกผักปลอดสารพิษ, Bankok Hydroponics, Paulonia Thailand, ไฮโดรโปนิกส์, พันธุ์ไม้, ไฮโดรโปนิกส์, ไฮโดรโพนิกส์, ต้นกล้า, พรรณไม้, ปลูกพืชไม่ใช้ดิน ปลูกพืช, ไม่ใช้ดิน, ไร้ดิน, ปลูกพืช, การปลูกพืช, ผักปลอดสารพิษ, ปลูกผักปลอดสารพิษ, ผักปลอดสารพิษ, ปลูกผักไร้ดิน, เพาโลว์เนีย, แปลงปลูก, เพาะชำ, เทคโนโลยี, การเกษตร, สรรพคุณ, ปลูกพืชไม่ใช้ดิน ปลูกพืช, ไม่ใช้ดิน, ไร้ดิน, ปลูกพืช, การปลูกพืช, ผักปลอดสารพิษ, ปลูกผักปลอดสารพิษ, สมุนไพร, คาร์เนชั่น,ทิวลิป,บานไม่รู้โรย,บุหงาแต่งงาน,ฟอร์เก๊ตมีน็อต,รัก,ลิลี่,สายป่านดวงใจ,หัวใจทศกัณฐ์,หัวใจล้านดวง, หัวใจแนบ,แคทลียา,พืชสมุนไพร, aglonema,caladium,flower,orchid,crown of thorns,tree,plant,gardening,thailand,thai,ปลูกพืชไม่ใช้ดิน ปลูกพืช, ไม่ใช้ดิน, ไร้ดิน, ปลูกพืช, การปลูกพืช, ผักปลอดสารพิษ, ปลูกผักปลอดสารพิษ, ผักตะกร้า เป็นผักที่เราเพาะปลูก ด้วยแรงงานพนักงานของเราเอง ผักที่บริการให้ท่าน จะ มีทั้ง ผักหลัก และผักเสริม เราจะมีผักเสริมซึ่งเป็นผักชนิดใหม่ๆ ที่ปลูกหมุนเวียน เพิ่มขึ้น เมื่อถึงเวลาที่ผักเหล่านั้นจะบริโภคได้ ก็จะเรียนให้ท่านทราบล่วงหน้า เราปลูกผักมากกว่า 20 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นผักที่ ใช้อยู่ในครัวเรือนทั่วไป และอีกส่วนเป็น ผักตามฤดูกาล รูปภาพข้างล่าง เป็นผักส่วนหนึ่งจากสวนของเรา ผักที่ปลูกคือ คะน้า, ผักบุ้งจีน, ผักกาดเขียวน้อย, ผักกวางตุ้งไทย, ผักกวางตุ้งไต้หวัน, ถั่วฝักยาว, แตงกวา, ถั่วลันเตา, ผักตำลึง, คื่นฉ่าย, ดอกแค, มะเขือเปราะ ,โหระพา, กะเพรา, ใบมะกรูด, ข่า, ตะใคร้, ชะอม, พริกชี้ฟ้า, ต้นหอม, ผักชี, หัวไชเท้า, ผักสลัด, บวบ, ถั่วพลู, กระเจี๊ยบ, น้ำเต้า, มะระขี้นก, เห็ดนางลม, และ เห็ดหูหนู การตรวจสอบหาสารพิษ เรามีทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรมการตรวจสอบหาสารพิษตกค้างในผักสด, ผลไม้สด ตาม โครงการรับรองระบบงานควบคุม ความปลอดภัย จากสารพิษตกค้างในผัก ข้อมูลเพิ่ม เติม ในการตรวจสอบสารพิษได้ที่ กระบวนการปลูก **seed hydroponics, ผักปลอดสารพิษ, fresh salad, มะนาว, ปลูกพืชไร้ดิน, ปลูกพืชไร้ดิน, ผักปลอดสารพิษ, ผัก,ปลอดสารพิษ, ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผัก,ปลอดสาร,พิษ,ผัก,ปลอด,สารพิษ,ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผัก ปลอด สาร พิษ,ผัก ปลอด สาร พิษ,ผักปลอด สารพิษ, ผักปลอดสารพิษ, ผัก,ปลอดสารพิษ, ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผัก,ปลอดสาร,พิษ,ผัก,ปลอด,สารพิษ,ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผัก ปลอด สาร พิษ,ผัก ปลอด สาร พิษ,ผักปลอด สารพิษ, ผักปลอดสารพิษ, ผัก,ปลอดสารพิษ, ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผัก,ปลอดสาร,พิษ,ผัก,ปลอด,สารพิษ,ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผัก ปลอด สาร พิษ,ผัก ปลอด สาร พิษ,ผักปลอด สารพิษ, ผักปลอดสารพิษ, ผัก,ปลอดสารพิษ, ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผัก,ปลอดสาร,พิษ,ผัก,ปลอด,สารพิษ,ผักปลอด,สารพิษ,ผัก,ปลอดสารพิษ,ผักปลอดสาร,พิษ,ผัก ปลอด สาร พิษ,ผัก ปลอด สาร พิษ,ผักปลอด สารพิษ, ภาพบรรยากาศการอบรม การปลูกพืชไม่ใช้ดิน รุ่นที่ 2 (วันที่ 3 - 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2547) สวัสดีครับ... หลังจากที่เราได้จัดอบรมการปลูกพืชไม่ใช้ดินรุ่นแรกไป เราได้มีการประเมินผลการทำงานก็พบว่าเป็นไปตามที่คาดกันไว้คือยังมีความต้องการจากหลายท่านที่จะให้มีการจัดอบรมขึ้นอีก ในวันอบรมครั้งแรกยังมีโทรศัพท์หลายสายเข้ามาเพื่อสอบถามถึงการอบรมครั้งต่อไปว่าจะมีเมื่อใด และมีผู้ที่สนใจแต่ไม่ได้สมัคร(สมัครไม่ทัน) ได้เข้ามาเยี่ยมชมในวันอบรมด้วย การจัดอบรมในรุ่นที่ 2 นี้ได้จัดขึ้นโดยเว้นระยะจากรุ่นแรกเพียง เดือนเศษ ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี มีผู้สมัครเข้ารับการอบรมมากกว่าที่คาดไว้. ในการอบรมรุ่นที่ 2 ก็ได้มีการปรับปรุงเนื้อหาบางส่วน มีการอธิบายชุดคิทที่เราได้แจกไปให้เข้าใจง่ายขึ้น และเหมือนเดิม เมื่ออบรมเสร็จแล้วเราได้เชิญคุณสวัสดิ๋ นิลรุ่งรัตนา เจ้าของสถานที่มาเป็นเกียรติในการแจกวุฒิบัตรจนครบทุกท่าน บรรยากาศการอบรมสบายๆ เป็นกันเอง มีการเรียกร้องให้ทำทำเนียบรุ่นด้วยครับ ท่านที่อบรมไปแล้วมีความคิดเห็นอย่างไรเรื่องการทำทำเนียบรุ่นกรุณาช่วยกันมาลงความคิดเห็นที่ เว็บบอร์ดด้วยครับ ผมอยากได้เสียงส่วนใหญ่ โดยส่วนตัวก็เห็นด้วยครับ จะได้มีเพื่อนไว้ปรึกษาเรื่องเดียวกัน แต่เป็นห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัวเพราะลงชื่อที่อยู่จริงกันไว้ อาจมีใครตามชื่อที่อยู่ไปโฆษณา ขายยาลดความอ้วนหรืออะไรทำนองนี้จะเป็นการสร้างความรำคาญรวมถึงความปลอดภัยด้วยครับ Alternative page for Hydroponics Other UK Hydroponics pages Bath Hydroponics, Belfast Hydroponics, Birmingham Hydroponics, Blackpool Hydroponics, Bournemouth Hydroponics, Bradford Hydroponics, Brighton Hydroponics, Bristol Hydroponics, Cambridge Hydroponics, Cardiff Hydroponics, Cheltenham Hydroponics, Chester Hydroponics, Cork Hydroponics, Coventry Hydroponics. Other US Hydroponics pages on-line baltimore Hydroponics, on-line bethlehem Hydroponics, on-line beverly hills Hydroponics, on-line big apple Hydroponics, on-line boston Hydroponics, on-line buffalo Hydroponics, on-line california Hydroponics, on-line cape kennedy Hydroponics, on-line carolina Hydroponics, on-line chandler Hydroponics, on-line chicago Hydroponics, on-line cincinnati Hydroponics, on-line cleveland Hydroponics, on-line colorado Hydroponics, on-line colorado springs Hydroponics, on-line columbia Hydroponics, on-line concord Hydroponics, on-line conneticut Hydroponics. hydroponics, hydroponics uk, hydroponics shop, hydroponics system, hydroponics lighting, diy hydroponics, hydroponics gardening, hydroponics kit, cannabis hydroponics, hydroponics growing, grow hydroponics kit, esoteric hydroponics, hydroponics nutrient, hydroponics supply, hydroponics plan, hydroponics light, hydroponics garden, growell hydroponics, general hydroponics, hydroponics equipment, hydroponics plant, hydroponics store, hydroponics vegetable, hydroponics growing system, hydroponics grow light, home made hydroponics, hydroponics design, hydroponics shop uk, glasgow hydroponics, hydroponics supplier, hydroponics nutrients, holland hydroponics, green house hydroponics, hydroponics indoor growing, building homemade hydroponics plan system, hydroponics starter kit, hydroponics nutrient solution, home hydroponics, hydroponics fodder, cabinet hydroponics indoor, build hydroponics system, discount hydroponics, homemade hydroponics system, hydroponics information, cannabis growing hydroponics, commercial hydroponics, grow hydroponics room, hydroponics book, bubbler hydroponics, hydroponics tomato, hydroponics farming, hydroponics ireland, equipment growing hydroponics, homemade hydroponics, hydroponics pest control, ebb flow hydroponics, hydroponics make system, hydroponics yorkshire, build hydroponics, aquaculture hydroponics uk, hydroponics pump, control hydroponics total, hydroponics grow system, homemade hydroponics setup, hydroponics in uk, hydroponics retailer, hydroponics sussex, hydroponics wholesaler, cage hydroponics, greenfinger hydroponics, grow hydroponics, hydroponics lettuce, picture of hydroponics, w hydroponics lighting, cardiff hydroponics, evergreen hydroponics, generation hydroponics, grow guide hydroponics, hydroponics manchester, hydroponics setup, cheap hydroponics, drip hydroponics irrigation, wholesale hydroponics, hydroponics make own, county hydroponics, cabinet hydroponics stealth, cheap hydroponics set up, hydroponics ikon, hydroponics seed, hydroponics strawberry, build your own hydroponics system, cabinet hydroponics, grow hydroponics tank, hydroponics publication, hydroponics scotland, hydroponics somerset, bare hydroponics root, bedfordshire hydroponics, brighton hydroponics, bristol hydroponics ** Hydroponics farm Supply all equipments of hydroponics system, hydroponics vegetables, fresh vegetable products, herbs, processing vegetables, Salad, and others. คำว่า Hydroponics มาจากการรวมคำในภาษากรีกสองคำ คือ คำว่า “Hydro” หมายถึง “น้ำ” และ “Ponos” หมายถึง “งาน” ซึ่งเมื่อรวมคำสองคำเข้าด้วยกัน ความหมายก็คือ “Water-working” หรือหมายถึง “การทำงานของน้ำที่มีสารละลายธาตุอาหารผ่านรากพืช ผู้ที่จะทำการปลูกตามลักษณะ “การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน” จากคำว่า “Hydroponics” หรือ “ไฮโดรโปนิกส์” นี้จะต้องควบคุมอุณหภูมิของสารละลายธาตุอาหารพืชให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชให้ดี แม้ว่า การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินแบบที่เรียกว่า Hydroponics จะเป็นการปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพืชที่ไม่ใช้ดินจริงๆ ตามที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นคิด และพัฒนาขึ้นมาก็ตาม แต่พืชก็ยังสามารถเจริญเติบโตได้ในวัสดุปลูกอื่นๆ ที่ไม่ใช่ดิน เช่น ทราย กรวด หินเกล็ด ด้วยการให้น้ำที่ผสมธาตุอาหารที่ค้นคิดขึ้นมาจึงเรียกการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินนี้เป็นคำรวมว่า Soilless culture ตัวอย่างพืชที่สามารถปลูกได้โดยไม่ใช้ดิน พืชผัก ไม้ผล ไม้ดอก สมุนไพร พืชอาหารสัตว์ ผักกาดชาว สตรอเบอร์รี่ กุหลาบ ว่านหางจระเข้ หญ้า มะเชือเทศ แคนตาลูป คาร์เนชัน พืชผักสวนครัวต่างๆ ข้าวโพด ผักชี แตงกวา เบญจมาศ ข้าวบาร์เลย์ คึ่นช่าย ถั่วฝักยาว ธาตุอาหาร เมื่อพืชได้รับธาตุอาหารไม่พอดีต่อความต้องการ สารอาหาร อาการของพืชเมื่อขาดธาตุอาหาร อาการของพืชเมื่อได้รับมากเกินไปไนโตรเจน เปลี่ยนใบจากสีเขียวของใบแก่เป็นสีเหลือง สีน้ำตาลและใบแห้งตายการเจริญเติบโตช้า ต้นเตี้ย มีสีเข้ม มีการแตกใบใหม่ และใบอวบง่ายต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลง หากเกิดสภาพแห้งแล้งต้นพืชหักล้มและจะหักล้มได้ง่าย ฟอสฟอรัส มีการเจริญเติบโตช้า และเตี้ย ใบแก่จะมีลักษณะสีม่วงทางด้านใต้ใบ ไม่มีผลชัดเจนแต่อาจไปกระทบต่อการขาด ธาตุ Zn Fe และ Mn โพแทสเซียม ใบแก่จะมีจุดไหม้ปรากฏอยู่ อาจมีผลยับยั้ง การใช้ Mg และทำให้ความสมดุลย์ของ Ca เปลี่ยนไป แมกนีเซียม ใบแก่จะเหลืองระหว่างเส้นใบ การเจริญของต้นช้าลงและง่ายต่อการเข้าทำลายของโรค มีผลต่อความสมดุลของธาตุ Ca หรือ K กำมะถัน ใบจะมีสีเขียวเข้ม ส่วนใบแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ปลายยอดและขอบใบ จะมีสีน้ำตาล และทำให้พืชตายในที่สุด แมงกานีส ใบอ่อนจะเหลืองระหว่างเส้นใบ ต้นมีการเจริญเติบโตช้า ใบแก่จะมีจุดสีน้ำตาล สังกะสี ด้านบนใบ จะเหลืองระหว่างเส้นใบ ใบมีขนาดเล็กและเป็นกระจุก ทำให้พืชไม่สามารถใช้ธาตุเหล็กได้ กระเทียมต้น กวางตุ้ง กะหล่ำปลี ข้าวโพด คะน้า คึ่นช่าย ดอกกะหล่ำ แตงกวา แตงโม ถั่วแขก ถั่วพู บร็อกโคลี ปวยเล้ง ผักโขม ผักกาดขาว ผักกาดฮ่องเต ผักชี ผักบุ้ง ผักสลัด พริก มะเขือเทศ มะเขือยาว มะระ ปวยเล้ง (Spinach) Spinacia oleracea Linn. ลักษณะเด่น ปวยเล้งหรือที่มักเรียกว่า ผักป๊อบอาย เป็นผักที่รวมเบต้า-แคโรทีน คนที่ชอบรับประทานปวยเล้งมักมีสายตาดี ผิวพรรณผุดผ่อง และน่าจะหุ่นดี เนื่องจากเป็นผักที่ให้พลังงานต่ำแค่ 14 กิโลแคลอรี่ต่อผัก 1 ถ้วยตวง ปวยเล้งเป็นผักที่สามารถประกอบอาหารได้สารพัด ไม่ว่าจะใส่สุกี้ ใส่ก๋วยเตี๋ยวแทนใบตำลึง ผัดน้ำมันหอย ทำแกงเลีย แกงส้ม แกงจืด หรือจะกินดิบแบบจิ้มน้ำพริก หรือคลุกเคล้ากับผักสลัดก็ยังได้ เคล็ดลับในการเลือกซื้อ คัดเอาต้นที่มีใบใหญ่ๆ หากตัดมาใหม่ๆ ใบจะกรอบ สีใบเขียวจัด หากเก็บไว้ทานหลายวันตัดรากทิ้ง เลือกใบนอกที่แก่ๆออก ล้างน้ำหลายๆครั้งแล้วเก็บใส่ถุงพลาสติกหรือปิดกล่องสนิท เก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 3-5 วัน ผักโขม (Amaranth) Amaranthus tricolor Linn. ลักษณะเด่น ผักโขมเป็นพืชล้มลุก นิยมรับประทานใบ ต้นอวบ โตสูงเกิน 2 ฟุต ลำต้นและใบไม่มีหนาม หรือบางครั้งเรียก ผักโขมจีน หรือ ผักโขมสวน สำหรับใบอ่อนและยอดอ่อนของผักโขมสวนนั้นต้มจิ้มน้ำพริกอร่อย และยังคงได้วิตามินเอจากเบต้า-แคโรทีน วิตามินเอและให้ธาตุเหล็กสูง ผักโขมเป็นผักที่มีสารชนิดหนึ่งชื่อ ซาโปนิน มีรสชาติขมเล็กน้อย ซึ่งสารนี้สามารถช่วยลดโคเลสเตอร์รอลได้ด้วย ผักโขมเป็นพืชที่มีเส้นใยมาก กากใยอาหารนี้ช่วยจับสารไนเตรทที่ปนเปื้อนมาในน้ำดื่ม และไส้กรอก หรืออาหารแปรรูปอื่นๆ ที่ใส่ไนไตรท์ การบริโภคผักโขมสามารถความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารจาการบริโภคเกลือไนเตรท ผักกาดขาว (Chinese white cabbage) Brassica chinensis Jusl var. pekinesis Rupr. ลักษณะเด่น ผักกาดขาวมีทั้งชนิดที่ใบห่อเป็นปลีตูมและชนิดกาบบานออกใบสีเขียวเข้ม ตามกาบใบจะประกอบด้วยน้ำถึงร้อยละ 90 มีสรรพคุณหลายด้าน เช่น ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้พิษสุรา นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารโพเลตที่มีบทบาทควบคุมการสร้างระบบเส้นประสาทและการสังเคราะห์สารพันธุกรรมของทารกในครรภ์มารดาช่วง 3 เดือนแรก ผักกาดขาวนั้นมีความหวานและกรอบจึงกินสดๆได้อย่างอร่อย หรือถ้าเอาไปปรุงก็จะสุกง่าย อ่อนนุ่มละมุนลิ้น ผักกาดขาวเหี่ยวได้ง่ายเมื่อวางทิ้งไว้ จึงจำเป็นต้องใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุงแล้วแช่เย็นไม่นานเกิน 3 วัน เพราะวิตามินจะลดน้อยและความหวานกรอบสูญสลายไป ผักปลอดสารพิษ,ผักปลอดภัยจากสารพิษ,Hydroponics/soiless culture ,ปลูกพืชไม่ใช้ดิน ปลูกพืช, ไม่ใช้ดิน, ไร้ดิน, ปลูกพืช, การปลูกพืช, ผักปลอดสารพิษ, ปลูกผักปลอดสารพิษ,ส่วน 1 ความหมาย ข้อดี และข้อเสีย ส่วน 2 วิธีการปลูก อุปกรณ์ สูตรอาหาร ขั้นตอนการปลูก ส่วน 3 วิเคราะห์การตลาด ส่วน 4 เอกสารอ้างอิง การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินเป็นการปลูกพืชที่เลียนแบบการปลูกพืชบนดิน โดยเป็นการปลูกแบบปลูกในน้ำยา (Hydroponics) หรือ ปลูกลงวัสดุปลูกที่ไม่ใช่ดินก็ได้ (soiless culture) ซึ่งอาศัยหลักที่ว่าพืชต้องได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตผ่านระบบรากพืชพร้อมกับได้รับออกซิเจนและแสงแดดเพียงพอเหมาะต่อการเจริญเติบโต ไฮโดรโปนิกส์ หมายถึง เทคโนโลยีการปลูกพืชไม่ใช้ดิน ตรงกับคำในภาษาอังกฤษคือ Hydroponics โดย W.F.Gericke มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เป็นคนตั้งขึ้นจากคำในภาษากรีก 2 คำคือ Hydro แปลว่า น้ำ (Water) และ Ponos แปลว่า ทำงานหรือแรงงาน (Labor) รวมกันเป็น การทำงานที่เกี่ยวกับน้ำ (Water Working) เขาเป็นคนแรกที่นำเทคนิคการปลูกพืชแบบนี้ไประยุกต์ใช้เพื่อปลูกพืชเป็นการค้นในราวต้นศตวรรษที่ 19 จากการทดลองของเขาพบว่าวิธีนี้สามารถปลูกพืชได้เกือบทุกชนิด นอกจากจะผลิตพืชได้มากแล้วยังสามารถใช้ปลูกพืชได้ในพื้นที่ที่ไม่มีดินเหมาะสมต่อการปลูกพืช เช่น ในสภาพที่มีแต่หินบนหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งทหารชาวอเมริกนได้ใช้วิธีนี้ปลูกพืชฝักเพื่อรับประทานสดได้ทุกวัน โดยเฉพาะที่โซฟุ (Chofu) ประเทศญี่ปุ่นจากนั้นการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์จึงแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก การปลูกพืชไม่ใช้ดินอาจแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ การปลูกพืชโดยให้ส่วนของรากแช่อยู่ในสารละลายธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง หรือปลูกบนวัสดุอื่นที่ไม่ใช่ดินและรดด้วยสารละลายธาตุอาหารหรือน้ำปุ๋ย วัสดุที่ใช้ปลูกพืชอาจจะเป็นสารอนินทรีย์ เช่น กรวด ทราย หิน ที่ได้จากธรรมชาติหรือที่มนุษย์ทำขึ้นมา เช่น เพอร์ไลท์ (Perlite) เวอร์มิคิวไลท์ (Vermiculite) ร็อกวูล (Rockwool) หรือสารอินทรีย์เช่น พีท (Peat) มอส (Moss) ขี้เลื่อย เปลือกไม้ เปลือกมะพร้าวสับ ขุยมะพร้าว แกลบสดและถ่านแกลบ เป็นต้น (Ksc-Wimol Internet Branch 1999) ข้อดี และข้อเสียของการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน เนื่องจากการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์มีการจัดปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำ แร่ธาตุ แสงอุณหภูมิให้แก่พืชอย่างเหมาะสม พืชจึงเจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตมากสม่ำเสมอ สะอาด มีคุณภาพดี ปลูกได้ต่อเนื่องตลอดปี สามารถปลูกพืชได้ในพื้นที่ไม่มีดิน หรือมีดินไม่เหมาะสมต่อการปลูกพืช การใช้น้ำใช้ปุ๋ยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้แรงงานน้อยผู้หญิง เด็ก คนชรา คนพิการสามารถทำได้ การควบคุมโรค แมลงศัตรูพืชทำให้ง่ายกว่า ข้อเสียมักจะเป็นเรื่องการลงทุนในระยะแรก มีการลงทุนสูงถ้าเลือกใช้ระบบการปลูกที่มีความซับซ้อน ทำให้ผลผลิตที่ได้มีราคาแพง (โสระยา ร่วมรังษี 2544, 7-8) วิธีการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน ทำได้ 2 ลักษณะดังนี้ 1. ใช้ระบบปั๊มอากาศ วิธีการนี้สะดวกง่ายและไม่ต้องห่วงว่าระบบรากพืชจะขาดออกซิเจน เพราะถ้าระบบรากพืชขาดออกซิเจนจะเกิดอาการเหลืองที่ใบและผลร่วง พืชจะได้รับความเสียหาย พืชผักที่เหมาะสมปลูกในระบบแบบนี้ได้แก่ มะเขือเทศ แตง ผักกินใบทุกชนิด ฯลฯ 2. ไม่ใช้ระบบปั๊มอากาศ แต่ผู้ปลูกต้องมีทักษะ ควรปรับลดระดับสารละลายธาตุอาหารที่ใช้เลี้ยงระบบรากพืช เมื่อพืชผักโตขึ้นต้องปรับลดระดับของสารละลายให้เกิดสภาพระบบรากพืชไม่จมแช่อยู่ในสารละลายทั้งหมด มีบางส่วนของช่วงระหว่างโคนลำต้นของพืชกับระบบรากมีช่องว่างสัมผัสอากาศได้บ้าง พืชผักที่ปลูกได้ผลในระบบนี้ในประเทศไทย เช่น คื่นฉ่าย ผักบุ้งจีน ฯลฯ อุปกรณ์สำหรับใช้ในการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน 1. กระบะเพาะกล้า มีไว้เพื่อบรรจุน้ำ หรือสารละลายธาตุอาหาร ระหว่างการเพาะต้นกล้า (กระบะเพาะกล้าไม่จำเป็นต้องลึกมาก) 2. วัสดุปลูก มีไว้เพื่อเป็นเครื่องค้ำยันต้นพืช ซึ่งต้องมีความสามารถในการดูดซับการละลายธาตุอาหารให้ต้นพืชสามารถนำไปใช้ได้ดีพร้อมกับมีความพรุน ไม่ยุบตัวง่าย สามารถรักษาความชื้น และอุณหภูมิพืชให้คงที่ได้ วัสดุที่นิยมใช้ได้แก่ เพอร์ไลท์ (perlite) เวอร์มิคูไลท์ (vermiculite) และไฮโดรตรอน (Hygrotron) แต่ถ้าสามารถหาวัสดุในท้องถิ่นมาใช้ได้ก็อาจใช้ทรายหยาบ หรือฟองน้ำมาแทนก็ได้ 3. ถ้วยปลูก ใช้สำหรับบรรจุวัสดุปลูกเพื่อให้ต้นพืชเจริญเติบโตขึ้นมา ถ้าใช้ระบบ Substrate ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้วยปลูก แต่ต้องหากระบะปลูกหรือภาชนะปลูกมาแทน 4. ระบบรางปลูก ทำหน้าที่ให้สารละลายธาตุอาหารพืชไหลผ่านรากพืช ทำให้รากพืชสามารถได้รับธาตุอาหารและสามารถเจริญเติบโตได้จนกว่าจะเก็บผลผลิต ระบบรางปลูกประกอบด้วยโต๊ะวางราง ท่อส่งสารละลายธาตุอาหาร รางปลูก ถังใส่สารละลายธาตุอาหาร ปั๊มสูบน้ำ 5. เมล็ดพันธุ์ ซึ่งอาจเป็นพืชตระกูลสลัด ตระกูลแตง มะเขือเทศ พริกหวาน แคนตาลูป สตอเบอรี่ ก็ได้ 6. สารละลายธาตุอาหาร A และ B ซึ่งประกอบด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช 7. อุปกรณ์ตรวจวัดความเหมาะสมของสารละลายธาตุอาหารได้แก่ pH – meter , EC – meter (เครื่องตรวจวัดความเข้มข้นสารละลายธาตุอาหาร) 8. กรดไนตริก HNO3 หรือฟอสฟอริก เพื่อใช้ปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ( pH ) ของสารละลายธาตุอาหาร (Aggie,28… 2543, 44)บัวบก, ผักคราดหัวแหวน, ปลูกผักปลอดสารพิษ, ไฮโดรโพนิกส์, การบริโภค ผักโขม ช่วยเลี่ยงการเกิด โรคมะเร็ง ใน กระเพาะอาหาร, สรรพคุณ, สมุนไพร, เทคโนโลยี,กสิกรรม, หญ้าหนวดแมว, salad mix, อย่างไรก็ตาม จะเลือกใช้วัสดุชนิดใดต้องคำนึงถึง คุณภาพ ราคา หาได้ง่ายในท้องถิ่นหรือไม่ และเหมาะสมกับระบบการปลูกพืชที่จะเลือกใช้หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพ เมื่อเราจะใช้วัสดุปลูกแทนดิน วัสดุที่ใช้ก็จะต้องมีคุณสมบัติทดแทนดินได้ เช่น มีขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็ก หรือใหญ่เกินไป มีความพรุนสามารถอุ้มน้ำได้พอควร ขณะเดียวกันต้องระบายน้ำได้ดีเพื่อให้มีช่องว่างอากาศ มีความเป็นกลางไม่เป็นกรดหรือด่างมากเกินไป และไม่เป็นพิษต่อพืช สูตรอาหารสำหรับใช้เลี้ยงพืชผัก สูตร 1 สต๊อค A ประกอบด้วย แคลเซียม ไนเตรด 80.9 กรัม/น้ำ 100 ลิตร สต๊อค B ประกอบด้วย โปแตสเซียม ซัลเฟต 55.4 กรัม โปแตสเซียม ฟอสเฟต 17.7 กรัม แมกนีเซียม ฟอสเฟต 9.9 กรัม แมกนีเซียม ซัลเฟต 46.2 กรัม เหล็ก (ซีเลตติ้ง) 3.27 กรัม แมงกานีส ซัลเฟต 0.02 กรัม กรดบอริค 0.173 กรัม ซิงค์ ซัลเฟต 0.044 กรัม แอมโมเนีย โมดิบเดท 0.005 กรัม สูตร 2 สต๊อค A ประกอบด้วย แคลเซียม ไนเตรด 2.5 กิโลกรัม/น้ำ 25 ลิตร สต๊อค B ประกอบด้วย โปแตสเซียม ไนเตรด 1.5 กิโลกรัม โมโนโปแตสเซียม ฟอสเฟต 0.5 กิโลกรัม แมกนีเซียม ซัลเฟต 1.3 กิโลกรัม สารละลาย NZHYDROPPNIC 0.1 กิโลกรัม อนึ่งสูตรอาหารนอกจากนี้มีหลากหลายสูตร เช่น สูตรของ Knop สูตรของประเทศอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมจากเอกสารทางวิชาการด้านการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน ขั้นตอนการปลูกแบบไม่ใช้ดินมีวิธีการดังต่อไปนี้ 1. เพาะเมล็ดพืชบนฟองน้ำตัดเป็นชิ้นเล็กๆ โดยแช่ฟองน้ำอยู่ในน้ำธรรมดา 4–5 วัน เมื่อเมล็ดเริ่มงอก 2. ย้ายชิ้นฟองน้ำเล็กๆ มาลงปลูกในถ้วยปลูกเรียงอยู่ในรางหรือกระบะปลูกที่มีสารละลายธาตุอาหารปล่อยผ่านระบบปั๊มอากาศหมุนเวียนตลอดเวลา 3. สารละลายธาตุอาหารที่ใช้รดกล้าหรือใช้ปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิค เตรียมมาจากสต๊อคสารละลาย A และสารละลาย B เจือจางในน้ำสะอาด โดยค่อย ๆ ปรับแต่งสัดส่วนธาตุอาหาร โดยใช้เครื่องมือ SALIMETER เช็คให้มีค่าความเป็นเกลือของธาตุอาหารอยู่ที่ระดับค่า 9 สำหรับใช้ปลูกผักกินใบ ประเภท ผักสลัดหรือผักกาดหอม หรือค่าความเป็นเกลือของธาตุอาหารอยู่ที่ระดับ 15 สำหรับผักกินใบหรือกินผล เช่น คะน้า กวางตุ้ง กระเพรา โหระพา มะเขือเทศ หรือ แตงกวา 4. เมื่อต้นกล้าเจริญเติบโตมีอายุ 10 – 15 วัน จึงย้ายถ้วยปลูกมาใส่ในรางปลูกแบบไฮโดรโปนิค ระยะกล้าเจริญเติบโตเป็นต้นที่สมบูรณ์ 5. เมื่อเรียงถ้วยปลูกในรางปลูกแบบไฮโดรโปนิคเรียบร้อยแล้ว ต่อระบบรางเข้ากับวาล์วก๊อกน้ำและมีปั๊มน้ำซึ่งต่อระบบรางปลูกกับถังใส่สารละลายปุ๋ยที่มีค่าความเข้มข้นของความเป็นเกลือของธาตุ ตามรายละเอียดข้อ 3 เมื่อติดตั้งระบบเรียบร้อยให้ทำการเปิดสวิตซ์ไฟฟ้า เพื่อปั๊มธาตุอาหารให้ไหลเวียนไปตามรางปลูก 6. ระบบรางปลูกแบบไฮโดรโปนิคสามารถปลูกโดยใช้ร่วมกับเลี้ยงพืชในโรงเรือน หรือปลูกแบบกลางแจ้งก็ได้ (ในกรณีที่ปลูกในโรงเรือน สามารถป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ด้วยก็จะเป็นการงดการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช) 7. ควรหมั่นตรวจสอบค่าความเป็นเกลือของสารละลายธาตุอาหารทุกวัน รวมทั้งเช็คระบบการไหลเวียนของสารละลายธาตุอาหารเพื่อให้เกิดสมดุลย์ในระบบการปลูกพืชให้คงที่ พืชผักจะเจริญเติบโตได้รวดเร็ว 8. เมื่อพืชผักเจริญเติบโตเต็มที่สามารถเก็บเกี่ยวมาใช้บริโภคหรือจำหน่ายเป็นธุรกิจได้ โดยเฉลี่ยการปลูกโดยวิธีแบบไม่ใช้ดินอายุการเก็บเกี่ยวพืชผักแบบนี้จะเร็วกว่าปลูกในดิน 7–10 วัน9. การเก็บเกี่ยวถ้าเป็นผักสดกินใบเมื่อถอนออกมาจากรางปลูก นำมาตัดโคนต้นออกจากถ้วยปลูกนำไปล้างน้ำสะอาด 2 – 3 ครั้ง นำไปใช้บริโภคหรือประกอบอาหารได้ 10. ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกแบบไฮโดรโปนิค สามารถปลูกจำนวนต้นได้มากเพิ่มจำนวนต้นขึ้นในลักษณะแบบแถวชิด ไม่เปลืองเนื้อที่ เพราะระบบรากพืชจะไม่แผ่กว้างเหมือนในดิน และผู้บริโภคมั่นใจว่าปลอดภัยด้วย เพราะพืชผักจะมีสมดุลย์ในตัวเองในการดูดธาตุอาหารเข้าไป จึงไม่ต้องกลัวปัญหาว่าธาตุอาหารของปุ๋ยในสารละลายตกค้างมากเกินไป (กลุ่มพืชผัก กองส่งเสริมพืชสวน กรมส่งเสริมการเกษตร) วิเคราะห์การตลาด Hydropronics ของบริษัท เฟรชไฮโดร์ฟาร์ม (2000)จำกัด ผักจากการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน (Hydropronics) ในประเทศไทยรู้จักกันมาประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา โดยการนำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อการบริโภคเป็นการส่วนตัวของชนชั้นสูง (Highso) เนื่องจากทนต่อความลำบากที่จะต้องบินไปบริโภคถึงต่างประเทศไม่ไหว เมื่อคิดต้นทุนแล้วสั่งนำเข้ามาจะดีกว่า ถึงแม้ว่าจะมีราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 350 บาท ในขณะที่ผักกาดหอมของประเทศเรา กิโลกรัมละประมาณ 15 บาท แต่ความรู้สึกของผู้บริโภคต่างกัน ซึ่งได้บริโภคของนอกที่สะอาด มีคุณภาพสูงและได้ความมีหน้ามีตาในสังคมชั้นสูง จึงได้รับความนิยมต่อเนื่องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนประมาณ 2 ปีต่อมาก็มีผู้บุกเบิกนำระบบการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินเข้ามาปลูกที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่เนื่องจากขาดความรู้อย่างแท้จริง ไม่มีความชำนาญ และลงทุนเกินตัวเกินไป ทำให้ผลผลิตออกมาไม่คุณภาพ ซึ่งจำหน่ายไม่ได้ราคาเท่าที่ควร ผู้ผลิตรายนั้นจึงเลิกทำไป จนเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2541 บริษัท เฟรชไฮโดร์ฟาร์ม (2000)จำกัด จังหวัดนนทบุรี ได้ศึกษาและทำฟาร์ม Hydropronics อย่างจริงจัง ซึ่งทางบริษัทฯ มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และมีความเชี่ยวชาญในการผลิตผัก Hydropronics นำโดยคุณชาญชัย จันทร์โท เจ้าของและผู้จัดการฟาร์ม ได้ผลิตผัก Hydropronicsที่ได้คุณภาพและตรงความต้องการของตลาด ซึ่งผักที่นิยมปลูกแบบ Hydropronics นั้นในระยะแรกส่วนมากจะเป็นผักทำสลัด ซึ่งเราเรียกกันผิดๆจนติดปากว่า “ผักสลัด” แต่ตามความเป็นจริงนั้น สลัด (Salad) คืออาหารที่ทำจากผัก หรือผลไม้สดๆ เช่นผักกาดหอม หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ แตงกวา พริกหวาน แอปเปิ้ล ฯ แม้แต่ส้มตำ ก็ยังเรียกว่า Salad papaya เป็นต้น ซึ่งผลผลิตที่ทางบริษัทฯนี้ผลิตได้เป็นผักสลัดในตระกูล Letuca Sativa L. เช่น พันธุ์ Green Oak , Red Oak , Red Collor , Mizuna , Mibuna , Better head เป็นต้น โดยราคาส่งขายผักสลัดที่ฟาร์ม กิโลกรัมละ 70-90 บาท (รวมใบ , ต้น , ราก และวัสดุปลูก) แต่เมื่อนำไปขายใน Supermarket ตามห้างสรรพสินค้า จะได้ราคากิโลกรัมละ 180-200 บาท (เฉพาะใบและต้นในPack) ซึ่งอาจจะรู้สึกว่าราคาผัก Hydropronics ต่ำลงจากแรกที่นำเข้าเกือบ 50 % และจะต่ำลงไปเรื่อยๆก็ตามในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่ความเป็นจริงแล้ว ผัก Hydropronics ที่ควบคุมคุณภาพได้ตามความต้องการของผู้บริโภค จะสามารถกำหนดราคา และตั้งราคาได้เองจากบริษัทผู้ผลิต ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ ผัก Hydropronics สามารถกำหนดราคาได้ มีดังนี้ 1. ค่อนข้างเป็นการเป็นการค้าแบบผูกขาด ถึงแม้ว่าจะมีบริษัทที่ผลิตได้คุณภาพดีหลายบริษัท แต่ลูกค้าของแต่ละฟาร์มไม่ซ้อนทับกัน เนื่องจากผู้ผลิตแต่ละบริษัท(รอบกรุงเทพฯ) มีการตกลงและวางราคาเท่ากันทั้งหมดทุกบริษัท แต่ก็จะมีฟาร์มต่างจังหวัดเป็นคู่แข็งที่ขายตัดราคา คือ ขายราคาต่ำกว่า เพราะคุณภาพยังไม่เทียบเท่า 2. การวางตำแหน่งของสินค้า เนื่องจากผัก Hydropronics รู้จักครั้งแรกในกลุ่มของชนชั้นสูง ถึงแม้อาจจะดูว่าเป็นชนกลุ่มน้อยในสังคม แต่กำลังการซื้อของคนกลุ่มนี้มีไม่จำกัด และขยายวงกว้างออกไปได้เรื่อยๆ เพราะเป็นค่านิยมในการบริโภคที่ต้องการผักสะอาด ปลอดสารพิษ มีคุณภาพสูง แม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าผักทั่วๆไปก็ตาม ในอนาคตคงจะมีผู้ผลิตผัก Hydropronics เพิ่มมากขึ้น แต่การผลิตให้ได้คุณภาพดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากHydropronics ไม่ใช้การทำการเกษตรที่พึ่งพาธรรมชาติ แต่เป็นการทำการเกษตรที่พึ่งพาความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ และการเอาใจใส่ จึงมีน้อยคนที่จะทำแล้วประสบความสำเร็จ ซึ่งส่วนใหญ่ผลผลิตที่ได้นั้น คุณภาพกับปริมาณจะสวนทางกัน คือ 1. ผลผลิตมีคุณภาพ แต่ปริมาณผลผลิตน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด 2. ผลผลิตมีปริมาณมาก แต่ดูแลไม่ทั่วถึงจึงได้ของไม่มีคุณภาพ ปัจจุบันเกษตรกรในประเทศไทยจะอยู่ในกรณีที่ 1 ส่วนในกรณีที่ 2 จะเป็นผู้ผลิตที่ใหญ่เกินตัว แล้วเลิกกิจการไปแล้ว ในปีที่ผ่านมา พ.ศ. 2543 ยังไม่มีผู้ผลิตที่เกิดขึ้นมาใหม่ ดังนั้น การผลิตผัก Hydropronics จึงยังมีหนทางที่สดใส เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ใฝ่รู้ ขยัน และเอาใจใส่ที่จะทำอย่างจริงจัง เพราะการทำงานทุกอย่างจะสำเร็จได้ก็ด้วยความตั้งใจ (ชาญชัย จันทร์โท, 2544) เอกสารอ้างอิง กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมพืชสวน กลุ่มพืชผัก. ผู้จัดการบริษัท เฟรชไฮโดร์ฟาร์ม(2000)จำกัด. 2544. วารสารส่งเสริมการเกษตร 32, 156(มกราคม): 20-21. โสระยา ร่วมรังษี. 2544. การผลิตพืชสวนแบบไม่ใช้ดิน. กรุงเทพ: โอเดียนสโตร์. Aggie,28… . 2543. การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน. วารสารการสัตว์ 17, 2(กรกฎาคม-ธันวาคม): 44-47. Hydropronics [Online]. ผักปลอดสารพิษ,ผักปลอดภัยจากสารพิษ,ไฮโดรโปนิกส์,----ผักโขมเป็นผักที่มีสารชนิดหนึ่งชื่อ ซาโปนิน สรรพคุณช่วย ลดโคเลสเตอร์รอล, กระเจี๊ยบแดง, กระชาย, มะเขือเทศ มะเขือยาว, มะระ, ผักสลัด,เบต้า-แคโรทีน, ไฮโดรโพนิกส์, ปลูกพืชไร้ดิน, ปลอดสารพิษ, ผักปลอดสารพิษ,ผักปลอดภัยจากสารพิษ,ปลูกพืชไม่ใช้ดิน ปลูกพืช, ไม่ใช้ดิน, ไร้ดิน, ปลูกพืช, การปลูกพืช, ผักปลอดสารพิษ, ปลูกผักปลอดสารพิษ,คะน้า เป็นผักที่คนไทยรู้จักกันดี อยู่ในตระกูล Cruciferae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brassica alboglabra เป็นผักที่นิยมปลูกปละบริโภคกันมากทั่วทุกภาคของประเทศไทย เป็นผักที่ปลูกเพื่อบริโภคส่วนของใบและลำต้น เป็นผักอายุ 2 ปี แต่ปลูกเป็นผักอายุปีเดียว อายุตั้งแต่หว่านหรือหยอดเมล็ดจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 45-55 วัน ผักคะน้าสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ปลูกได้ผลดีที่สุดอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน ผักคะน้ามีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียวและมีปลูกกันมากในเอเชียวตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซียและประเทศไทย ซึ่งชาวจีนเรียกคะน้าว่า ไก่หลันไช่ ----// ผักเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะในแง่ของวิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็นต่อโภชนาการ (nutrition) ของมนุษย์ การเลือกบริโภค ผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเป็นประจำ ร่างกายจะได้รับวิตามินและเกลือแร่พอเพียง ปลูกพืชไม่ใช้ดิน ปลูกพืช, ไม่ใช้ดิน, ไร้ดิน, ปลูกพืช, การปลูกพืช, ผักปลอดสารพิษ, ปลูกผักปลอดสารพิษ,ตัวอย่างของผักที่ควรเลือกใช้เป็นอาหาร คือ ผักที่มีเนื้อสีเหลือง เช่น ฟักทอง แครอท มันเทศ มันฝรั่ง เพราะมีแคโรตีน (carotene) สูง เมื่อเราบริโภคผักเหล่านี้สารแคโรตีนจะ ถูกเปลี่ยนในร่างกายของเราให้กลายเป็นวิตามิน เอ ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ให้ความแข็งแรงต่อเยื่อบุต่าง ๆ ช่วยให้ ใช้สายตาในที่มืดได้ดีขึ้น ผู้ที่ขาดวิตามินเอ จะมีร่างกายแคระแกร็น ฟันผุ เป็นหวัดง่าย ตาอักเสบง่าย ผักใบสีเขียวต่าง ๆ มีวิตามินบี 2 (riboflavin) ที่มีบทบาทในการเผาผลาญการย่อย หรือการใช้อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ผู้ที่ขาดวิตามิน บี 2 มักจะเป็นโรคปากนกกระจอก ลิ้นอักเสบ เหงือกอักเสบ โรคผิวหนังแห้ง ผิวลอก ขนร่วง ถั่วลิสง มีวิตามิน พีพี (vitamin PP หรือ niacin) สูง ป้องกันการเป็นโรคผิวหนังกระ ระบบประสาทพิการ มะเขือเทศ มะเขือเปรี้ยว มะนาว ผักใบเขียว มีวิตามินซี (ascorbic acid) สูง ผู้ที่ขาดวิตามินนี้จะเป็นโรคโลหิตจาง ซีดเซียว แคระแกร็น กระดูกไม่แ ข็งแรง เป็นโรคลักปิดลักเปิด หรือเลือดออกตามไรฟัน และเป็นหวัดง่ายWBR>แรง ผู้ที่มีสุขภาพดีมักจะมีฟันแข็งแรง นอกจากนี้ผักเหล่านี้ยังมีธาตุเหล็กสูง ธาตุนี้จำเป็นต่อการสร้างเม็ดโลหิตแดงผู้ที่ขาดธาตุนี้จะเป็นโรคโลหิตจาง ถั่วเหลือง มีโปรตีนหรือกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายสูง การใช้ถั่วเหลืองในรูปต่าง ๆ เช่น ถั่วงอก เต้าเ จี้ยว เต้าหู้ น้ำนม ถั่วเหลือง ถั่วแผ่น เนื้อเกษตร (เนื้อเทียมที่ทำจากถั่ว) สามารถช่วยเพิ่มอาหารโปรตีนในท้องที่ที่ขาดอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปลา นม และไข่ได้ถั่วอีกหลายชนิดยังอุดมไปด้วยอาหารประเภทไขมันและน้ำมัน (fat & oil) ด้วย การใช้น้ำมันถั่วหรือน้ำมันพืช ยังW BR>ช่วยลดการเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นโลหิตอุดตันเกิดจากสารคอเลสเทอรอล (Cholesterol) ผักปลอดสารพิษ,ผักปลอดภัยจากสารพิษ, ++ระบบเกษตร ปลอดพิษ การบริหารศัตรูผัก เคล็ดไม่ลับ กับมหัศจรรย์ผัก วิธีการปลูก และดูแลผักปลอด สารพิษ แมลงศัตรูผัก ตัวห้ำและ ตัวเบียน ร่วมกันสร้างเชียงใหม่ ให้เป็นเมืองต้นแบบ "เกษตรปลอดพิษ" การผลิตผักไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในแปลงเปิด โดยวิธีการบริหารศัตรูพืชแบบผสมผสาน นับเป็นวิธีการผลิตผักไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอีกวิธีการหนึ่งที่มีความปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค มีต้นทุนการผลิตต่ำและให้ผลตอบแทนสูงไม่แพ้การผลิตผักโดยวิธีการอื่น ๆ จึงนับได้ว่าเป็นการผลิตผักปลอดภัยอีกวิธีการหนึ่งที่เป็นทางเลือกของเกษตรกร มีวิธีการจัดการดังต่อไปนี้ การเตรียมแปลง เตรียมแปลงขนาด 1x18 เมตร สูง 20-30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกรองพื้นก่อนปลูกในอัตรา 16 กก./แปลง (มูลไก่ผสมแกลบอัตรา 1:1) คลุกให้เข้ากับดินจนทั่วแปลง การจัดประเภทผัก การคัดเลือกประเภทผักที่ปลูกให้เหมาะสมตามฤดูกาลจะช่วยลดการระบาดของโรคและแมลง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดปี วิธีการคัดเลือกพืชผักที่ปลูกเเบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ผักหลัก หมายถึง ผักที่สามารถปลูกได้ตลอดปี เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง สลัดใบ ผักกาดฮ่องเต้ ผักโขมจีน หอมแบ่ง กะเพรา โหระพา ผักชี มะเขือเปราะ มะเขือยาว เป็นต้น ผักรอง หมายถึง ผักที่เจริญเติบโตได้ดีตาม ฤดูกาล เช่น ฤดูหนาว ได้แก่ สลัดแก้ว กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี บร็อคโคลี่ ปวยเล้ง ฯลฯ ฤดูฝน ได้แก่ ถั่วแขก แตงกวา บวบ กะหล่ำปลี ผักกาดขาวไม่ห่อ กะหล่ำดอก (ลูกผสม) ฯลฯ ฤดูร้อน ได้แก่ ผักกาดขาวปลีไม่ห่อ แตงกวา บวบ ถั่วพุ่ม ฯลฯ การวางแผนการปลูก ทำการปลูกผักหลักตลอดปี โดยหว่านเมล็ดห่างกันรุ่นละ 4-5 วัน ส่วนผักรองเลือกผักที่เจริญเติบโตได้ดีตามฤดูกาล ปลูกเสริมผักหลักโดยการปลูกหมุนเวียนตลอดปี และปลูกไม่ซ้ำตระกูลในแปลงเดียวกัน ปุ๋ย ปุ๋ยที่ใช้ในการปลูกผักมี 2 ชนิด ได้แก่ ปุ๋ยคอก ใช้มูลไก่ผสมแกลบในอัตราส่วน 1:1 ใช้เป็นปุ๋ยรองพื้นในอัตรา 16 กก./18 ตร.ม. ปุ๋ยเคมี ใช้ตามประเภทของผัก เช่น ผัก รับประทานใบใช้ปุ๋ยเกรด 16-16-16 รองพื้นในอัตรา 150 กรัม/18 ตร.ม. ปุ๋ยยูเรียเกรด 46-0-0 ละลายน้ำรดในอัตรา 20 กรัม/น้ำ 10 ลิตร รดหลังจากเมล็ด งอก 15-20 วัน รดหลังย้ายกล้า 7 วัน และ 20 วัน ผักรับประทานผลใช้ปุ๋ยเกรด 16-16-16 รองก้นหลุมในอัตรา 10 กรัม/หลุมใส่ปุ๋ยยูเรียเกรด 46-0-0 โดยละลายน้ำรดในอัตรา 20 กรัม/น้ำ 10 ลิตรหลังเมล็ดงอก 7-10 วัน และใส่ปุ๋ยเกรด 16-16-16 หลังเมล็ดงอก 15-20 วัน ในอัตรา 10 กรัม/ต้น การควบคุมศัตรูพืช การผลิตผักไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชใช้วิธีการบริหารศัตรูพืชแบบผสมผสาน มีวิธีการจัดการดังนี้ วิธีกล ได้แก่ การดักจับแมลงโดยใช้ถาดเหลือง กาวเหนียว สวิงดักจับแมลง และตรวจเช็คสถานการณ์การระบาดของโรคและแมลงในแปลงผักเมื่อพบให้ทำลายทิ้ง วิธีเขตกรรม ได้แก่ การไถพลิกหน้าดิน การตัดทำลายวัชพืช การจัดการระบบน้ำ การใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพดินให้เป็นกลาง การเลือกประเภทผักให้เหมาะสมกับฤดูกาล การใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ การสร้างสภาพแวดล้อม การสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเป็นที่อยู่อาศัย และขยายพันธุ์ของตัวห้ำ ตัวเบียน เช่น การขุดร่องน้ำรอบบริเวณแปลงผัก เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและขยายพันธุ์ของตัวห้ำบางชนิด ได้แก่ เขียด กบ คางคก แมลงปอ เป็นต้น หรือปลูกพืชที่มีดอกให้น้ำหวานเป็นอาหารของแมลงตัวเบียนไว้ในแปลงผัก เช่น แพงพวย เทียนนา ขาเขียด บานไม่รู้โรย เป็นต้น จากการใช้วิธีการบริหารศัตรูพืชแบบผสมผสาน (งดใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช) ทำให้เกิดตัวห้ำ ตัวเบียนอาศัยในแปลงผักควบคุมศัตรูพืชไม่ให้มีปริมาณสูงขึ้นและยังช่วยอนุรักษ์ตัวห้ำตัวเบียนให้สามารถดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ได้ ทำให้เกิดการควบคุมแมลงศัตรูพืชทางชีววิธีตามธรรมชาติ (Naturally Occurring Biological Control) ผลผลิต จากการใช้วิธีการบริหารศัตรูพืชแบบผสมผสานพบว่า ยังมีศัตรูพืชเข้าทำลายผลผลิต แต่ขณะเดียวกันสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากกว่า 85 % เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความสมดุลของระบบการควบคุมศัตรูพืชในแปลงผัก ศูนย์วิจัยฯเริ่มทำการศึกษาระบบการผลิตผักในปี 2538 และได้พัฒนาวิธีการมาถึงปี 2543-2544 ได้ทำการปลูกผักทั้งหมด 25 ชนิด โดยแยกเป็นผักหลัก 8 ชนิด ได้ผลผลิต 7,421 กก./ไร่ และผักรอง 17 ชนิด ได้ผลผลิต 1,840 กก./ไร่ ผลผลิตรวมทั้งหมด 9,261 กก./ไร่ ..////ปลูกผักไร้ดิน, ผักปลอดสาร, ผักบุ้งคะน้า, ผักบุ้งจีน, คะน้า, ผักบุ้งจีน, room searching, hydroponics system, hydroponics drft, ปลูกผักไร้ดิน, ผักปลอดสาร, ผักบุ้งhydroponics vegetable, ผักเมืองหนาว กระเทียมต้น (Leek, Allium porrum) เป็นพืช ดั้งเดิม มีถิ่น กำเนิดแถบ เมดิเตอ เรเนียน ปลูกง่ายทนอากาศหนาว จัดได้ดี ต้นใหญ่งาม ได้ราคาดี แต่ต้นเล็ก ดูแลง่าย กว่าและ ลดค่า ใช้จ่าย และยังให้ รสชาติดี กว่าเมื่อ ใช้ทำซุป หรือสตู มีอายุยาว ไม่เน่าเสีย ง่ายเหมาะ แม้การ คมนาคมจะห่างไกล ทำเลปลูก ควรมีระดับ สูงกว่า 800 เมตร ขึ้นไป ปลูกได้ ตลอดปี การใช้ ประโยชน์ ผัดน้ำมันหอย ผัดกับอาหารทะเล ตุ๋น อาหารเจ ซุป สตู พันธุ์ที่ ใช้ปลูก Swiss Giant Bluvetia, Swiss Giant Helvitia เป็นพืช กินหัว ยังไม่เป็น ที่นิยม คงต้องหา วิธีใช้ ประโยชน์ให้ กว้างขวาง ขึ้นเพื่อ ตลาดจะได้ ขยับขยาย ออกไป การปลูกมัก มีปัญหา แมลงและ โรครบกวน ปลูกได้ ตลอดปี และทุก ระดับความสูง การใช้ ประโยชน์ ผัดรวมกับ ผักชนิดอื่น ๆ ต้มแบบ จับฉ่าย ต้มซุป ผักกับเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัดกับไข่ ใบอ่อน ต้มหรือ ผัดแบบ ปวยเหล็ง พันธุ์ปลูก Early White Vienna, Early Purple Vienna กะหล่ำปม (Kohl Rabi, Brassica caulorapa) กะหล่ำ ปลีแดง (Red Cabbage, Brassica oleracea var. capitata) มีลักษณะ คล้ายคลึง กัน กะหล่ำปลี ธรรมดา แต่ต้องการ การดูแล เอาใจใส่ มากกว่า เพราะปลูก ยากกว่า การสูญเสีย ค่อนข้างสูง เนื่องจาก มีโรคและ แมลงรบกวน เสมอ ๆ ตลาดไม่ กว้างขวางเหมือน กะหล่ำปลี ธรรมดา เพราะเป็น พืชใหม่ ยังไม่ได้รับความ นิยมมากนัก ปลูกในที่ สูงมากกว่า 1,000 เมตร มีอากาศ หนาวเย็น การใช้ ประโยชน์ ใช้ตกแต่ง ประดับอาหาร รวมกับสลัด เพื่อสีสวยงาม รับประทาน ดิบ ๆ แบบ เครื่องจิ้มไทย ดอกตุ๋น กับเนื้อสัตว์ แบบอาหารจีน และใช้ใน การจัด โต๊ะอาหาร พันธุ์ปลูก Ruby Ball, Ruby Perfection เป็นพืชใหม่ ตลาดยังไม่ กว้างขวางนัก ให้ผลผลิต ระยะยาว ถ้ามีการ ดูแลเอา ใจใส่ดี โดยเฉพาะ หลังการ เก็บเกี่ยว ครั้งแรก (เก็บจาก ข้างล่าง ขึ้นไป) แล้ว อาจตัด ส่วนยอด นำไปใช้ ทำอาหาร ได้และ ช่วยให้ sprouts ในส่วนยอด ๆ มีขนาด โตขึ้น เป็นพืช ที่ความ นิยมเริ่ม มาจาก บริเวณเมือง Brussels ในประเทศ เบลเยี่ยม และเผยแพร่ ไปทั่วยุโรป เหมาะที่ จะปลูกใน ที่สูงอากาศ หนาวเย็น เกิน 1,000 เมตร การบริโภค ลวก จิ้มน้ำพริก หรือเป็น เครื่องเคียง แบบไทย ลวกแล้ว ผัดกับ เนื้อสัตว์ หรืออาหารทะเล หรือกับ น้ำมันหอย พันธุ์ที่ นิยมปลูก คือ Jade Cross (E strain), Green Marvel กะหล่ำดาว (Brussels Sprouts, Brassica oleracea var. gemmifera) แคนตาลูป (Cantaloupe, Cucumis melo var. Cantalupensis) ถิ่นกำเนิด เป็นพืชป่า ของบริเวณ ทวีปเอเชีย ตอนใต้ แพร่ขยายไป สู่ทวีปยุโรป ในปัจจุบัน เป็นพืช ที่นิยม ปลูกกันในประเทศ แถบอบอุ่น แคนตาลูป ที่แท้จริง ปลูกกัน ในยุโรป ต้องการ ดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ รากต้องการ ความชุ่มชื่น สม่ำเสมอ ในขณะ ที่ส่วนบน ต้องโปร่งแห้ง แสงแดดจัด เนื่องจากเป็น โรคราง่าย ตลาดยัง ไม่กว้างขวาง เมื่อเทียบ กับผลไม้ อื่นๆ เนื่อง จากปลูก ค่อนข้างยาก จึงมีราคา สูงระดับ พื้นที่ ที่เหมาะ แก่การ เพาะปลูก 300-1,000 เมตร การใช้ ประโยชน์ แกะสลัก ประกอบ จานอาหาร รับประทาน เป็น ผลไม้สด รับประทาน รวมกัน แฮม กุ้ง ในอาหาร ฝรั่งปั่น เป็นน้ำ ผลไม้สด ค๊อกเทล รวมสลัด ทำแบบ แตงไทย น้ำกะทิ พันธุ์ปลูก ช่วงเดือน ก.พ. - ส.ค. Sunlady ก.ย. - ม.ค. Jade Dew ตลอดปี Sky Rocket เป็นพืช กินหัว ปลูกง่าย ปลูกแปลงใหญ่ ในช่วงฤดูฝน ในหน้าแล้ว อาจต้อง ลดขนาด แปลงปลูกลง เนื่องจาก ต้องดูแล เอาใจใส่ มากกว่า เช่น การให้น้ำ เพิ่มเติม พื้นที่ปลูก ควรอยู่ใน ระดับ 600 - 1,300 เมตร ชอบดินร่วน ปนทราย ที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ควรใช้ ปุ๋ยคอก ที่ยังสดอยู่ การใช้ ประโยชน์ ดอก แกะสลัก ประกอบ อาหาร รวมกับ สลัดเพิ่ม สีสรรทำ ส้มตำ แบบมะละกอ คั้นสด รับประทาน น้ำหั่น บาง ๆ ต้ม กับน้ำ ผสมน้ำตาล ใช้ดื่ม ขูดละเอียด นำไปกวน ทำขนม พันธุ์ปลูก หงส์แดง. New Kuruda แครอท (Carrot, Daucus carota var. sativa) ซูกินี (Zucchini, Cucurbita pepo var. condensa) เป็นพืช ใหม่ปลูก ค่อนข้างง่าย ตลาดใน อนาคตจะ ไปได้ดี กรอบอร่อย เหมาะกับความ ต้องการ ของคนไทย ควรปลูกในระดับ 600 เมตรขึ้นไป และปลูก ได้ตลอดปี การใช้ ประโยชน์ รับประทาน ดิบเป็น เครื่องจิ้ม ทำสลัดยำ ชุบแป้งทอด ผัดกับ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ดอง ยัดไส้ ประกอบ แกงจืด พันธุ์ปลูก Ambassador F1 (เขียว) เป็นพืชใหม่ การดูแล เอาใจใส่ อย่างดีจะ ได้ผลผลิต สูงต้นทุน ค่อนข้างสูง ตลาดทั่วไป ยังไม่ กว้างขวาง แต่มีตลาด เอกชนรองรับ บ้างแล้ว ดินปลูกต้อง อุดมสมบูรณ์ ต้องการ ความชุ่มชื้น สม่ำเสมอ ตลอดเวลา ทำเลที่ปลูก ควร อยู่ในระดับ ความสูง 300-1,400 เมตร การใช้ ประโยชน์ มีสรรพคุณ ช่วยลด ความดันโลหิต รับประทาน ดิบหรือ คั้นน้ำดี่มสด ๆ ตุ๋นรวม ผักอื่นกับ เนื้อสัตวแกงจืด ผัดน้ำมันหอย ผัดกับ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ตุ๋นแบบจีน พันธุ์ปลูก Tall Utah 52-70 (เขียว) Blancato (ขาว) เซเลอรี่ (Celery, Apium graveoleus var. dulce) ต้นหอมญี่ปุ่น (Japanese Bunching Onion. Allium fistulosum) ทางทวีปยุโรป เรียกว่า Welsh Onion ไม่มีหัว แต่ใช้ส่วน ของต้น และใบบริโภค ปลูกค่อนข้าง ง่ายและปลูก ได้ตลอดปี การใช้ ประโยชน์ ทำแกงจืด ผัดกับ เนื้อต่าง ๆ ตุ๋นแบบ จับฉ่าย เช่น อาหารเจ รวมสลัด พันธุ์ปลูก Choju Natsuguro เข้าใจว่า เป็นพืช ดั้งเดิมของ อินเดียตอนใต้ มีการเพาะปลูก กันมา 4,000 ปีแล้ว แพร่เข้า ทวีปยุโรป ในศตวรรษที่ 17 และได้แพร่ ขยายไป ทั่วโลก ปลูกได้ ในที่ทั่ว ๆ ไป ต้องการ ดินค่อนข้าง อุดมสมบูรณ์ ให้ผลผลิตดี มีตลาด โดยทั่วไป การใช้ ประโยชน์ รับประทาน ดิบ ดอง ยัดไส้ แกงจืด ผัดกับไข่ และเนื้อสัตว์ เช่น หมู ไก่ รวมสลัด แต่งจานอาหาร พันธุ์ที่ใช้ปลูก Long Green, Perfection, Nadir แตงกวายาว (Japanese Cucumber, Cucumis sativus) เทอร์นิพ (Turnip, Brassica campestris var. rapa) เป็นพืชผัก ใช้กินหัว ปลูกง่าย อายุสั้น ช่วงเวลา เหมาะกับการ ปลูกคือ ช่วงแล้ง อากาศเย็น ตลาดยัง ไม่สู้แพร่หลาย เนื่องจาก เป็นพืชใหม่ ยังไม่ค่อย เป็นที่ รู้จักกันควร ปลูกในพื้นที่ ความสูง 300-1,500 เมตรขึ้นไป การใช้ ประโยชน์ นำมา แกะสลัก ประดับ จานอาหาร ดอง แกงจืด ผัดกับ เนื้อสัตว์ ต่างๆ รับประทาน ดิบ หรือรวมกับ สลัดดอง แบบกิมจิ ขูดฝอยผสม กับแป้ง ข้าวเจ้า นำไปนึ่ง หั่นเป็นชิ้น แล้วทอดแบบ ขนมหัวไชเท้า พันธุ์ที่นิยมปลูก Tokyo Market, Tokyo Cross เรียกกัน ทั่วไปว่า หัวบีท เป็น พืชใช้กินหัว ปลูกง่าย ชอบดินร่วน มีตลาด กว้างขวาง พอสมควร ปลูกได้ ตลอดปี ในระดับ ความสูงกว่า 1,000 เมตร เป็นพืชที่ มีคุณค่า อาหารสูง รองมาจาก มันฝรั่ง เป็นพืชที่ กำเนิดมา จากชายทะเล จึงแนะนำ ให้ใส่เกลือ ในรูปปุ๋ย เป็นบางโอกาส การใช้ ประโยชน์ ต้ม แล้วฝาน เป็นชิ้น ใส่น้ำส้ม จะอร่อยมาก ดังเช่นสลัด ดองแบบ เปรี้ยวหวาน แกะเป็น รูปต่าง ๆ ประดับอาหาร ปรุงอาหาร ให้มีสีแดง ผัดกับ เนื้อสัตว์ต่างๆ พันธุ์ปลูก Detroit, Dark Red บีท (Beetroot, Beta vulgaris) เบบี้แครอท (Baby Carrot, Daucus carota) คือแครอท แต่มีขนาด หัวเล็กกว่า เป็นพืช อายุสั้น ตลาดกว้าง ดูแลดีจะ ทำรายได้ ให้สูง ลักษณะ อื่น ๆ ก็ เช่นเดียว กับแครอท การใช้ ประโยชน์ รับประทาน ดิบ ต้ม แล้วรับ ประทานกับ เครื่องจิ้ม แกะสลัก ใช้ประดับ จานอาหาร พันธุ์ปลูก Mini Express เป็นผักที่ ปลูกง่าย ปลูกกัน โดยทั่วไป ลงทุนน้อย ไม่ต้องการ ดูแลเอา ใจใส่เป็น พิเศษแต่ อย่างใด ให้ผลผลิต สูงมีตลาด ไม่จำกัด เป็นผักที่ คนจีนนิยม มาก เป็นพวก Brassica มีถิ่นกำเนิด มาจาก ชายทะเล ประเทศอังกฤษ และทาง ตะวันตก เฉียงใต้ ของยุโรป ให้ต้ม ลวก หรือผัด กับน้ำมัน เช่น น้ำมันหอย ผัดรวมกับ ผักอื่น ๆ รับประทาน สดในรูป ของสลัด ก็ได้ แกงจืด ผัดกับหมู กับไข่ก็ดี พันธุ์ที่ นิยมปลูก ชึงเชียง (เขียว) เกรเชียร์ (ขาว) ปลูกได้ ตลอดปีใน ระดับความสูง 80 เมตร ขึ้นไป (ฤดูฝน / ร้อน) ในฤดูหนาว ปลูกได้ ทั่วไป ผักกาดฮ่องเต้ (Chinese Cabbage, Pai Tsai, Brassica pekinensis) ผักสลัด (Lettuce, Lactuca sativa) ผักสลัด หรือผัก กาดหอม มีหลาย ชนิดหลายพันธุ์ สามารถรวบ รวมเป็น ประเภทใหญ่ ๆ ได้ 3 ประการ คือ ชนิดห่อ เป็นหัว (cabbage หรือ butterhead type) ชนิดใบ กรอบที่ เรียกว่า ผักกาด หอมคอส หรือ ผักกาดคอส (Cos หรือ Romaine lettuce) และบางชนิดที่เป็นใบไม่ห่อ (loose-leaf lettuce) เช่น ผักกาดหอมใบแดง หรือผักสลัด ใบแดง เป็นต้น ผักสลัด หอมห่อ (head lettuce) ปลูกได้ง่าย ทุกระดับ พื้นที่และ มีตลาด กว้างขวาง ส่วนชนิดอื่น ๆ รวมทั้ง บัตเตอร์เฮด จะปลูก ยากกว่า และให้ ผลผลิต น้อยกว่า ผักสลัด หอมห่อ ในฤดูหนาว และฤดูฝน จะได้ผลดี ในฤดูร้อน ต้นจะ แก่เร็ว ผัดสลัด เหมาะที่ จะรับ ประทานสด นอกจาก ใช้ทำสลัด แล้วยัง ใช้เป็น ผักสดสำหรับ อาหารไทย ได้เป็น อย่างดี เช่น ยำลาบ สาคูไส้หมู ผักสลัด สามารถตาก แห้งแล้ว หมักเกลือ แบบจีน เป็นการ ถนอมวิธีหนึ่ง พริกยักษ์ เป็นชื่อที่ นิยมเรียก กันโดย ทั่วไป การปลูก คล้ายกับ มะเขือเทศ ต้องมีการ ดูแลเอาใจ ใส่มากกว่า ธรรมดามีปัญหาเรื่อง โรคค่อนข้าง มากไม่ควร ปลูกซ้ำที่ ตลาดไม่ จำกัดเป็น พืชที่มี ถิ่นกำเนิด บริเวณ อเมริกา แถบร้อน และ West Indies พื้นที่ ปลูก 300- 1,400 เมตร แต่ใน ฤดูหนาว สูงกว่า 1,000 เมตร ไม่ได้ผล การใช้ ประโยชน์ ดองในรูป pickle รับประทาน ดิบรูปสลัด สอดไส้กับ เนื้อบด แล้วนึ่ง ผัดรวม กับผักอื่น ๆ ผัดเปรี้ยวหวาน ชุบแป้งทอด พันธุ์ปลูก California Wonder (เขียว) Wonder Bell (แดง) Golden Bell (เหลือง) พริกยักษ์ / พริกหวาน ( 3 สี ) (Sweet Pepper, Capsicum annum) ฟักทองญี่ปุ่น (Japanese Pumpkin, Cucurbita pepo) เป็นพืชจำพวก cucurbita จากหลักฐาน ชี้ว่ามี ถิ่นกำเนิด จากทวีป อเมริกา ฟักทอง ญี่ปุ่นเป็น พืชปลูกง่าย อายุสั้น ไม่ต้องการ การดูแล เอาใจใส่ มากนัก ให้ผลผลิต สูงการปลูก โดยใช้ค้าง ช่วยให้ลด การทำลาย จากโรคใน ฤดูฝน และป้องกัน หนูกัดกิน ทำลายผล ควรปลูก ในระดับ 600-1,400 เมตร ชอบดิน ร่วนปนทราย การใช้ ประโยชน์ แกะสลัก ผัด แกงเผ็ด ชุบแป้งทอด ฟัก ทองกวน ฟักทอง แกงบวด ฟักทอง สังขยา พันธุ์ปลูก Delica, Baby Delica เป็นพืช ดั้งเดิมของ แถบเมดิ เตอเรเนียน ทางประเทศจีน อินเดีย และอียิปต์ ในสมัย โบราณใช้ เป็นเครื่อง เทศปรุง อาหารขาด ไม่ได้ใน การประกอบ อาหารของ ฝรั่งเศส และอิตาลี ตลาดยัง ไม่กว้างขวาง การปลูก ไม่ยาก เพียงแต่ ระวังโรค ในฤดูฝน พื้นที่ปลูก ระดับ 800 เมตรขึ้นไป การใช้ ประโยชน์ใบ เป็นผัก ผัดกับ กุ้งหรือไก่ ชุบแป้ง หรือขนม ปังทอด ตุ๋น เมล็ดเป็น เครื่องเทศ และประกอบ ในการทำขนม candy และ liqueurs พันธุ์ปลูก Zefa Fino เฟนเนล (Fennel, Foeniculum vulgare) มะเขือม่วง (Purple Eggplant, Solanum melongena) เป็นพืช ดั้งเดิม ของอินเดีย ปลูกง่าย การดู แลรักษา ไม่ยุ่งยาก ถ้าเอาใจใส่ ดีเก็บเกี่ยว ผลผลิตได้ ระยะนาน โรคและ ศัตรูมีน้อย ทนแล้ง ปลูกได้ ตลอดปี ทำเลที่ เหมาะอยู่ ในระดับ 500-800 เมตร การใช้ ประโยชน์ ผัดกับ เต้าเจี้ยว ใบโหระพา พริกชี้ฟ้า ชุบไข่ทอด จิ้มน้ำพริก เผาแล้ว ยำแบบไทย เผาจิ้ม น้ำพริก ใช้ปรุงกับ แกงเผ็ด เผาแล้ว ทำซุปมะเขือ แบบอีสาน พันธุ์ปลูก Black King เป็นพืช เก่าแก่มี อายุกว่า 2,000 ปี และจนถึง ปัจจุบันก็ ยังไม่ได้มี การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ไปเท่าใดนัก เป็นพืชอายุ สั้นค่อนข้าง ปลูกง่าย แต่ให้ ผลผลิต ค่อนข้างต่ำ ทำเลที่ เหมาะแก่ การเพาะ ปลูกควรอยู่ ในระดับ 600 เมตรขึ้นไป การใช้ ประโยชน์ แกะสลัก ตกแต่ง อาหารเพื่อ ความสวยงาม รวมกับสลัด อื่น ๆ รับประทาน ดิบเป็น เครื่องจิ้ม ดองรวมกับผักอื่น ๆ แบบ pickle พันธุ์ปลูก Comett, Novired, Cherry Belle แรดิช (Radish, Raphanus sativus) เห็ดหอม (Shiitake Mushroom, Lentinus edodes) คนไทยรู้ จักเห็ดหอม กันมาน แล้วถึงกับ มีชื่อเรียก เป็นที่คุ้น หูเป็น ภาษาไทย เราเองแต่ ก่อนนั้น ต้องสั่ง มาจาก ประเทศจีน เป็นเห็ดหอม แห้ง เมื่อนำมา ปรุงอาหาร กลิ่นของ เห็ดชนิดนี้ ก็เป็นที่ถูก ปากถูกใจ คนไทยมาก แต่เนื่อง จากมี ราคาแพง อาหารที่ มีเห็ดหอม เป็นส่วน ประกอบจึง ถือว่าเป็น อาหารชั้นสูง อาหารของ เศรษฐี โครงการ หลวงโดย การแนะนำ ของผู้เชี่ยว ชาญจาก ไต้หวันได้ ประสบ ผลสำเร็จ ในการปลูก เห็ดหอม เป็นครั้งแรกในประเทศ ไทยเมื่อ พ.ศ. 2514 โดยใช้ เชื้อเห็ดที่ นำมาจาก ไต้หวันใส่ ในท่อน ไม้ก่อ นานาชนิด ไม้ก่อนี้ มีอยู่โดย ทั่วไปบน ที่สูงของ ประเทศ เช่น ก่อเดือย ก่อแป้น ก่อแหลม ก่อแดง และก่อตาหมู เนื้อไม้ ของไม้ก่อ เหล่านี้ มีอาหาร ที่เหมาะสม สำหรับการ เจริญเติญโต ของเห็ดหอม และความ หนาวเย็น บนดอยก็ เป็นใจให้ เห็ดเจริญ เติบโต โครงการ หลวงได้ ทำการ วิจัยใน รายละเอียด ต่าง ๆ ของ การปลูก เห็ดหอม จนในที่ สุดก็สามารถ ส่งเสริม ให้การปลูก เป็นการค้า ได้ในปัจจุบัน นอกจาก เห็ดแห้งแล้ว เรายังมี เห็ดหอมสด รับประทาน อีกด้วย ทองพันชั่ง, ทับทิม, น้อยหน่า, กะทือ, กานพลู,
 
English version 
   
   
 
 
  หน้าหลัก  
  ที่มา  
  ความรู้ทั่วไป  
  สูตรอาหาร  
  การปลูกพืชในครัวเรือน  
  ผลิตภัณฑ์ของเรา  
วิธีการสั่งซื้อวัสดุและอุปกรณ์
เกี่ยวกับ ระบบไฮโดรโพนิกส์
 
วิธีการชำระเงิน  
เลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์  

 
แอโรโพนิกส์  
 
  ราคาแปลงปลูก  
  ทัวร์ชมการปลูกพืชไร้ดิน  
  ตัวอย่างผักที่ปลูก  
  แผนที่ตั้งโครงการ  
  ติดต่อเรา  
 
 
  สมาชิกล็อกอิน  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มีจำนวนผู้ชมที่ออนไลน์
ขณะนี้ 140 ท่าน
 
 
   
 
   
 
   
 
  ผลงานผลิตภัณฑ์ของศูนย์เกษตรกรรมบางไทร ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของการตัดสินผลงานเข้าประกวดในโครงการรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2548
ผลิตภัณฑ์ของศูนย์เกษตรกรรมบางไทร ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ของการตัดสินผลงานเข้าประกวดในโครงการ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2548
 
 

 
 
เพื่อความโปร่งใส ในการ ทำธุร กรรม และ เป็นการยืนยัน ตัวตนจริง ในการ นำเสนอขายสินค้า ผ่านระบบ ออนไลน์ ทางทีมงานเรา จึง ได้ขอ จดทะเบียนพาณิชย์ เว็บไซต์นี้ ซึ่งรับรอง โดย กรมพัฒนาธุรกิจ การค้า, กระทรวงพาณิชย์ ณ วันที่
23 ธันวาคม พศ. 2547
เลขทะเบียนที่   0108314769722
สงวนลิขสิทธิ์ข้อความและภาพ
ในเว็บไซต์ตามกฎหมาย
  
 

ตรวจสอบสถานะการส่ง EMS และไปรษณีย์ลงทะเบียน ทางระบบออนไลน์
 
 
   Powered by
 WebCreationTeam.com
 
 
www.mywayhuahin.com
Tel : (66)32 511 397
 
 

   
 
     
 
   
   
   
   
   

 

 

 

 

 


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

1. ความหมายของคำว่า “การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน”
การทราบความหมาย และระบบปลูกจะมีผลต่อการเลือกรูปแบบการผลิตที่เหมาะสม
คำว่า การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน มีชื่อเรียกในภาษาไทยหลายชื่อ เช่น การปลูกพืชไร้ดิน การปลูกพืชในน้ำที่มีธาตุอาหารพืช การปลูกพืชในสารอาหารพืช การปลูกพืชในวัสดุปลูกที่ไม่ใช้ดินที่มีธาตุอาหารพืช การปลูกพืชโดยให้รากพืชสัมผัสสารอาหารโดยตรงที่ไม่มีดินเป็นเครื่องปลูก เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตาม สามารถอธิบายได้ 2 ลักษณะ ตามระบบหรือวิธีการปลูกและความหมายของคำที่แปลมาจากภาษาอังกฤษ 2 คำ คือคำว่า Soilless Culture และคำว่า Hydroponics

1.1 ความหมายของคำว่า “การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน” จากคำว่า “ซอยเลส คัลเจอร์”
หรือ “Soilless culture” เป็นวิธีการปลูกพืชเลียนแบบการปลูกพืชบนดินโดยไม่ใช้ดินเป็นวัสดุในการปลูก แต่เป็นการปลูกพืชลงบนวัสดุปลูกชนิดต่างๆ ซึ่งวัสดุปลูกแทนดินนี้มีหลายชนิดคือ วัสดุปลูกที่เป็นอนินทรีย์สาร วัสดุปลูกที่เป็นอินทรีย์สาร และวัสดุปลูกสังเคราะห์ โดยพืชสามารถเจริญเติบโตบนวัสดุปลูกจากการได้รับสารละลายธาตุอาหารพืช (หรือสารอาหาร) ที่มีน้ำผสมกับปุ๋ยที่มีธาตุต่างๆ ที่พืชต้องการ (Nutrient Solution) จากทางรากพืช

วัสดุปลูกที่เป็นอนินทรีย์สาร คือ
(1) วัสดุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ทราย กรวด หิน เกล็ด หินภูเขาไฟ หินซีลท์
(2) วัสดุที่ผ่านขบวนการโดยใช้ความร้อน เช่น ดินเผา เม็ดดินเผา ใยหินหรือร็อควูล เพอร์ไลท์ เวอร์มิคูไลไลน์
(3) วัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น เศษอิฐจากการทำอิฐมอญ เศษดินเผาจากโรงงานเครื่องปั้นดินเผา

วัสดุปลูกที่เป็นอินทรีย์สาร เช่น
(1) วัสดุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ฟางข้าวขุยและเส้นใยมะพร้าว แกลบและขี้เถ้า เปลือกถั่ว พีท
(2) วัสดุที่เหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ชานอ้อย กากตะกอนจากโรงงานน้ำตาล วัสดุเหลือใช้จากโรงงานกระดาษ

วัสดุสังเคราะห์ เช่น เมล็ดโฟม แผ่นฟองน้ำ และ สารดูดความชื้น เส้นใยพลาสติกแม้ว่าเราเรียกวัสดุที่ใช้ปลูกพืชนี้ด้วยคำรวมๆ ว่า ซับสเตรท (Substrate) แต่ถ้ามีการใช้วัสดุปลูกพืชเป็นวัสดุใดวัสดุหนึ่งแบบเจาะจงก็จะเรียกชื่อตามวัสดุที่ใช้ปลูก เช่น
การปลูกโดยการใช้ทรายเป็นวัสดุปลูก หรือ Sand culture
การปลูกโดยการใช้หินกรวดเป็นวัสดุปลูก หรือ Gravel culture
การปลูกโดยการใช้ร็อควูลเป็นวัสดุปลูก หรือ Rockwool culture
การปลูกโดยการใช้ขี้เลื่อยเป็นวัสดุปลูก หรือ Sawdust culture
ผู้ที่จะทำการปลูกตามลักษณะ “การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน” จากคำว่า “Soilless culture” หรือ “ซอยเลส คัลเจอร์” นี้จะต้องเลือกวัสดุปลูกให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชให้ดี


1.2 ความหมายของคำว่า “การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน” จากคำว่า “ไฮโดรโปนิกส์” หรือ Hydroponics เป็นการปลูกพืชที่ไม่ใช้วัสดุปลูก (nonsubstrate หรือ water cuture) กล่าวคือ จะทำการปลูกพืชลงบนสารละลายธาตุอาหารพืช โดยให้รากพืชสัมผัสกับสารอาหารโดยตรง (Water culture) นั่นเอง เนื่องจาก คำว่า Hydroponics มาจากการรวมคำในภาษากรีกสองคำ คือ คำว่า “Hydro” หมายถึง “น้ำ” และ “Ponos” หมายถึง “งาน” ซึ่งเมื่อรวมคำสองคำเข้าด้วยกัน ความหมายก็คือ “Water-working” หรือหมายถึง “การทำงานของน้ำที่มีสารละลายธาตุอาหารผ่านรากพืช ผู้ที่จะทำการปลูกตามลักษณะ “การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน” จากคำว่า “Hydroponics” หรือ “ไฮโดรโปนิกส์” นี้จะต้องควบคุมอุณหภูมิของสารละลายธาตุอาหารพืชให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชให้ดี
แม้ว่า การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินแบบที่เรียกว่า Hydroponics จะเป็นการปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพืชที่ไม่ใช้ดินจริงๆ ตามที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นคิด และพัฒนาขึ้นมาก็ตาม แต่พืชก็ยังสามารถเจริญเติบโตได้ในวัสดุปลูกอื่นๆ ที่ไม่ใช่ดิน เช่น ทราย กรวด หิน เกล็ดด้วยการให้น้ำที่ผสมธาตุอาหารที่ค้นคิดขึ้นมาจึงเรียกการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินนี้เป็นคำรวมว่า Soilless culture อ่านว่า ซอยเลส คัลเจอร์

1.3 ประโยชน์ของการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน
การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินกับสภาพความเป็นอยู่
การปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินเป็นวิทยาการทางวิทยาศาสตร์และศิลปะผสมกันที่สามารถใช้ปลูกพืชได้ในทุกสถานที่โดยไม่มีขอบเขตจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการปลูกจำนวนน้อยเพื่อบริโภคในครัวเรือนหรือการผลิตเชิงธุรกิจ เป็นวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการสำหรับผู้ปลูกที่มีพื้นที่ปลูกน้อย เช่น แฟลต อพาร์ตเม้นท์ จึงสามารถปลูกได้ในเมืองหลวงของเมืองที่แออัดคับแคบด้วยผู้คน เช่น ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ เบลเยี่ยม
สำหรับการปลูกแบบขนาดเล็กๆ เพื่อปลูกไว้ดูเล่นแบบสันทนาการ และมีอาหารจากการปลูกเพื่อบริโภคในครอบครัวจะไม่มีความยุ่งยากในการปลูก และดูแลรักษาเปรียบเหมือนกับการทำสวนตามปกติที่ให้ความเพลิดเพลิน การเรียนรู้เบื้องต้นในการปลูกพืช แต่ถ้าเป็นการปลูกแบบเชิงการค้าจะต้องมีการใช้เทคนิค หลักการต่างๆ ในการควบคุมการผลิตมากยิ่งขึ้น

การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินกับการผลิตเชิงธุรกิจ
วิธีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินสามารถใช้ปลูกพืชได้หลายชนิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการปลูกพืชแต่ละชนิด ตั้งแต่ผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชไม้เลื้อย จนถึงพืชยืนต้น แต่การผลิตเชิงธุรกิจส่วนมากนิยมปลูกพวกพืชผัก ไม้ผลที่เป็นพืชที่เก็บเกี่ยวช่วงอายุสั้น ดังตัวอย่างที่แสดงให้เห็นในตารางต่อไปนี้


ตารางที่ 1 ตัวอย่างของพืชที่สามารถปลูกโดยการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

พืชผัก
ไม้ผล /
ผักรับประทานผล
ไม้ดอก
พืชสมุนไพร
พืชอาหารสัตว์
มะเขือเทศ
ส้ม สตรอเบอรี่
กุหลาบ
ว่านหางจระเข้
หญ้า
ผักกาดขาว
กล้วย แตงกวา
คาร์เนชั่น
พืชสวนครัว ต่างๆ
บาร์เล่ย์
คื่นฉ่าย
แตงแคนตาลูบ
ถั่วฝักยาว
เบญจมาศ
 
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ผักชี
พริก มะเขือ
 
 
 

 

ตารางที่ 2 พื้นที่การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินในประเทศต่างๆ เมื่อปี พ.ศ.  2544

 ประเทศ
พื้นที่ปลูก
(เฮกเตอร์) (ไร่)
เนเธอร์แลนด์ 10,000 62,500
สเปน 4,000 25,000
แคนาดา 2,000 12,500
ฝรั่งเศส* 1,000 6,250
ญี่ปุ่น# 1,000 6,250
อิสราเอล* 650 4,063
เบลเยียม* 600 3,750
เยอรมนี* 560 3,500
นิวซีแลนด์ 550 3,438
ออสเตรเลีย 500 3,125
อังกฤษ 460 2,875
แอฟริกาใต้* 420 2,625
อิตาลี# 400 2,500
สหรัฐอเมริกา# 400 2,500
ฟินแลนด์* 370 2,313
เกาหลี* 274 1,713
เม็กซิโก# 120 750
จีน# 120 750
กรีซ# 60 375
บราซิล# 50 313
ไต้หวัน* 35 219
สิงคโปร์* 30 188

รวม

23,599 147,494

ที่มา : Hassall & Associates Pty Ltd, 2001
หมายเหตุ : * ข้อมูลปี 2539 # ข้อมูลปี 2542
                    หมายเหตุ 1 เฮกเตอร์ เท่ากับ 6.25 ไร่


1.4 ความแตกต่างระหว่างการปลูกพืชบนดินตามธรรมชาติกับการปลูกพืชบนดินตามธรรมชาติกับการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน
ปกติแล้วพืชจะเจริญเติบโตได้ดีนั้น ต้องมีการเจริญเติบโตที่เหมาะสมคือ สภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมเช่น แสงแดด อุณหภูมิ น้ำ ธาตุอาหารพืชที่มาจากดิน น้ำ และอากาศ ( ออกซิเจน ไฮโดรเจน และ คาร์บอนไดอ๊อกไซด์) ทั้งที่รากส่วนเหนือดิน ซึ่งการที่พืชจะนำธาตุอาหารไปใช้ได้นั้นจะเกี่ยวข้องกับความเป็นกรด – ด่าง (pH) ของดิน
การปลูกพืชบนดินโดยทั่วไปแม้ดินจะมีธาตุอาหาร และอากาศอันเป็นปัจจัยที่พืชต้องการนั้นมักมีข้อเสียคือ ดินจะไม่มีความอุดมสมบูรณ์ตามที่พืชต้องการ กล่าวคือ ดินจะมีคุณสมบัติที่ไม่แน่นอนแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ เช่น โครงสร้างของดิน ปริมาณธาตุอาหารหรือความอุดมสมบูรณ์ต่ำ pH ไม่เหมาะสม ยุ่งยากต่อการปรับปรุง และเสียค่าใช้จ่ายสูง ปัญหาเหล่านี้ทำให้ได้ผลผลิตที่ไม่แน่นอน
ส่วนการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินนั้นพืชจะได้รับสารละลายที่มีธาตุอาหารเรียกว่า สารละลายธาตุอาหารพืชที่ประกอบด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืช ที่อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเพราะมีการปรับค่า EC และ pH ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อพืชอยู่ตลอดเวลา
อันที่จริงแล้วไม่มีความแตกต่างทางสรีระวิทยาของรากพืชที่จะนำธาตุอาหารทั้งจากการปลูกบนดินตามธรรมชาติ หรือจากการปลูกพืชที่ไม่ใช้ดิน ดังแสดงในภาพที่ 1 คือ
ในการปลูกพืชบนดินตามธรรมชาติ “สารอาหารในดิน (Soilless solution)” เป็นอาหารพืชที่อยู่ในน้ำในดินนั้นมาจากวัตถุที่เป็นสิ่งที่เน่าเปื่อยผุพังย่อยสลาย (Decomposed) ที่มาจากวัสดุที่เป็นทั้งอนินทรีย์สาร (Inorganic) และ วัสดุปลูกที่เป็นอินทรีย์สาร (Organic)
ในขณะที่การปลูกพืชที่ไม่ใช้ดินนั้น พืชจะได้รับ “สารละลายธาตุอาหาร” (Nutrient Solution) มาจากการละลายของปุ๋ยเคมีในน้ำเรียกว่า “สารละลายธาตุอาหารพืช”
ทั้ง สารอาหารในดิน (Soilless sulution) ของการปลูกพืชบนดินที่ได้จากการเน่าเปื่อยผุพังตามธรรมชาติ และ สารละลายธาตุอาหาร (Nutrient solution) จากการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน จะสัมผัสกับรากพืชซึ่งพืชจะดูดเอาไปใช้ในการเจริญเติบโตด้วยกระบวนการต่างๆ ต่อไป


ตารางที่ 3 เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

ข้อดี
ข้อเสีย
1. สามารถทำการเพาะปลูกพืชได้ในบริเวณพื้นที่ที่ดินไม่ดีหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก

2. ให้ผลผลิตต่อพื้นที่ปลูกสูงกว่า และสามารถทำการ ผลิตได้สม่ำเสมอ และต่อเนื่อง

3. อัตราการใช้แรงงานเวลาในการปลูก และค่าใช้จ่ายต่ำกว่า

4. ใช้น้ำ และธาตุอาหารได้อย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพ เช่น ใช้น้ำลดลงถึง 10 เท่าตัวของการปลูกแบบธรรมดา

5. ประหยัดเวลา และแรงงานในการเตรียมดิน และกำจัดวัชพืช

6. ลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการใช้สารป้องกันและกำจัดแมลงได้ 100%

7. สามารถปลูกได้ในเมืองเพราะใช้พื้นที่น้อยทำให้ประหยัดค่าขนส่ง

8. ผลผลิตมีคุณภาพ และไม่มีสารพิษตกค้าง และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับศัตรูพืชที่เกิดจากดิน

9. ผลผลิต คุณภาพ และราคา ดีกว่าการปลูกบนดินมาก เพราะสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างถูกต้องแน่นอนและรวดเร็ว

10. ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ เช่นสารเคมีตกค้างในดิน การบุกรุกทำลายป่า เป็นต้น

11. คนพิการก็สามารถทำการปลูกได้ เป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาส

12. เป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่
1. การลงทุนขั้นต้นสูงกว่าการปลูกบนดิน

2. ผู้ปลูกต้องมีความรู้ความเข้าใจในเทคนิคการปลูกพืชแบบไร้ดินเป็นอย่างดี และมีประสบการณ์มากพอในการควบคุมดูแล

3. ต้องการการควบคุมดูแลอย่างสม่ำเสมอ

4. เป็นสิ่งใหม่สำหรับเกษตรกรที่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ

 

2. ธาตุอาหารและสารละลายธาตุอาหาร
ในการปลูกพืชไม่ใช้ดิน ปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นพืชเจริญเติบโต คือ ธาตุอาหารที่เป็นวัตถุดิบในการให้ต้นพืชเจริญเติบโต ในกระบวนการสร้างสารอาหาร โดยกระบวนการสังเคราะห์แสง วัตถุดิบที่ใช้คือ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อได้รับแสงบนคลอโรฟิลด์ จะได้สารคาร์โบไฮเดรต และออกซิเจน
จะเห็นได้ว่าธาตุอาหารที่พืชใช้ในกระบวนการดังกล่าว คือ คาร์บอน (C) จากคาร์บอนไดออกไซด์ และไฮโดรเจน ออกซิเจน จากน้ำ ( H2O) และในส่วนของคลอโรฟิลล์ในพืชมีธาตุอื่นๆ เป็นองค์ประกอบ เช่น ธาตุในโตรเจน (N) และแมกนีเซียม (Mg) ซึ่งเราสามารถจำแนกธาตุอาหารตามปริมาณความต้องการในปริมาณที่ต่างกันในการใช้ของพืช ซึ่งหากใช้ไม่เหมาะสมก็จะทำให้พืชเติบโตไม่ปกติ นอกจากนี้ การให้ธาตุอาหารให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ถ้าให้อย่างใดอย่างหนึ่งมากหรือน้อยพืชก็ไม่สามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโต


กลุ่มธาตุที่พืชต้องการสูง (Macro – elements)
ธาตุคาร์บอน (C) เป็นองค์ประกอบหลักในโครงสร้างของพืช ซึ่งมีความจำเป็นในกระบวนการสังเคราะห์แสงที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งในบรรยากาศมีเพียงพอในธรรมชาติ
ธาตุออกซิเจน (O) พืชมีความจำเป็นในการใช้ออกซิเจนในกระบวนการหายใจ เพื่อน้ำออกซิไดซ์ สารอาหารพวกคาร์โบไฮรเดรต ย่อยให้เป็นน้ำตาลขนาดเล็ก และได้เป็นพลังงานเพื่อให้พืชนำไปใช้ในกระบวนการเจริญเติบโตของต้นพืช
ธาตุไฮโดรเจน (H) ไฮโดรเจนมีความจำเป็นในกระบวนการสังเคราะห์แสง ซึ่งพืชสามารถได้จากน้ำเป็นส่วนใหญ่ หรืออาจได้จากในบรรยากาศ เช่น กล้วยไม้
ธาตุไนโตรเจน (N) ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบของสารอินทรีย์โดยอยู่เป็นส่วนประกบโครงสร้างของพืช เช่น คลอโรฟิลด์ กรดอะมิโน และองค์ประกอบของโปรตีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการเจริญเติบโตของพืชหากขาดธาตุไนโตรเจนจะทำให้ต้นแคระแกร็นใบอ่อนเล็กเรียว ใบล่างแก่จะมีสีเหลืองซีด แหล่งไนโตรเจนสามารถได้จากการตรึงในบรรยากาศ หรือจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ ซากพืชซากสัตว์ที่ตายแล้ว บทบาทของไนโตรเจน ถ้าสูงมากจะทำให้ต้นพืชมีการขยายเซลล์กว้างให้ต้นอ่อนแอต่อการทำลายของโรค และในพืชที่ให้ผลผลิตอาจจะมีปัญหาในการเจริญทางกิ่งใบ ไม่มีการสะสมอาหารเมื่อให้ผลผลิต จึงจำเป็นต้องศึกษาในระดับที่เหมาะสม แต่อย่างไรผักที่นิยมปลูกโดยไม่ใช้ดิน จะนิยมกินใบและเก็บเกี่ยวผลผลิตเร็ว จึงนิยมให้ธาตุไนโตรเจนในปริมาณสูง
กลุ่มธาตุอาหารที่พืชต้องการเล็กน้อย ( Micro-elements )
ธาตุเหล็ก (Fe) มีบทบาทในการช่วยให้พืชสังเคราะห์แสง โดยเป็นตัวพาอะตอม ออกซิเจนในการหายใจ และมีบทบาทในการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ และเป็นสารประกอบของ Flavoprotein มีความจำเป็นในการสร้างน้ำตาลและแป้ง ถ้าหากขาดทำให้ใบเหลืองซีดทั้งใบอ่อนและใบแก่ ความสามารถในการเคลื่อนย้ายยาก
ธาตุคลอรีน (CI) มีบทบาทในการกระบวนการสังเคราะห์แสงช่วยเพิ่มความเป็นกรดในเซลล์ กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ ซึ่งครอรีนในสภาพทั่วไปจะมีความเพียงพอต่อความต้องการของพืช
ธาตุโบรอน (B) เกี่ยวข้องกระบวนการเจริญเติบโตของพืช ทำให้พืชใช้ธาตุแคลเซียมดีมากขึ้น ในการสร้างโครงสร้างผนังเซลล์ และอาจช่วยในกระบวนการเคลื่อนย้ายสารอาหารในพืช หากขาดทำให้การสร้างน้ำตาลลดลงในพืชบางชนิดมีลำต้นกลวง เช่น บลอดโคลี่
ธาตุแมงกานีส (Mn) มีบทบาทในกิจกรรมกระบวนการสังเคราะห์แสง ช่วยการกระตุ้นแอมไซม์ในการสังเคราะห์กรดไขมันและแอมไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิด DNA และ RNA หากขาดทำให้ธาตุเหล็กในรูป Fe 2- เกิดเป็นพิษกับต้นพืชและมีลักษณะใบด่างในตระกูลถั่ว ถ้ามากไปทำให้ Fe 3- ถูกนำไปใช้ได้น้อยลงทำให้ต้นพืชขาดธาตุเหล็ก
ธาตุทองแดง (Cu) เป็นตัวคะตะไลล์ และเป็นตัวอิเลคตรอนในการตรึงในโตรเจน ถ้าหากขาดทำให้พืชอ่อนแอใบเหลืองซีด หรือเป็นจุดเหลือง (Chorotic spot) ซึ่งพบในถั่วเหลือง
ธาตุสังกะสี (Zn) เป็นธาตุที่เกี่ยวข้องในการสร้างสารควบคุมการเจริญเติบโตพวกออกซิน (Auxin) ที่ปลายยอด และเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ หากขาดทำให้ต้นพืชเตี้ยใบเล็ก
ธาตุโมลิบดินัม (Mo) เป็นธาตุที่เกี่ยวข้องกับในการเปลี่ยนการไนเตรทไปเป็นแอมโมเนียมเพื่อไปสร้างกรดอะมิ
โนในเซลล์มีความจำเป็นในการตรึงไนโตรเจน ถ้าหากขาดทำให้พืชตระกูลถั่วมีประสิทธิภาพในการตรึงไนโตรเจนเป็นบรรยากาศน้อยลง


นอกจากนี้อาจมีธาตุอื่นที่จำเป็นบนการเจริญเติบโตของพืช เช่น ธาตุไอโอดีน (I) ซิลิคอน (Si) และโซเดียม (Na) แต่ไม่ถือว่าจำเป็นที่ธาตุเป็นประโยชน์ของพืช

รูปการใช้ประโยชน์ของธาตุพืชและปัญหาได้รับธาตุที่ไม่เหมาะสม
ในการดูดธาตุอาหารของพืชในการนำไปใช้จะต้องอยู่ในรูปของอิออน แก๊ส หรือคีเลท ดังตารางที่ 4.1 และปัญหาพืชได้ธาตุบางตัว หรือน้อยเกินไปจะประสบปัญหา ดังตารางที่ 4.2

ตารางที่ 4.1 รูปของธาตุที่จำเป็นในการดูดเข้าสู่รากของต้นพืช และมีหน้าที่ในพืช

ธาตุอาหารที่จำเป็น รูปการดูดไปใช้ หน้าที่ในพืช
C, H, O, N, S รูปอิออนในสารละลาย (HCO3- , NO3-, NH4-, SO42) ในรูปก๊าซในบรรยากาศ (O2 , N2, SO4) เป็นองค์ประกอบหลักในการเจริญเติบโตของพืช
P,B รูปอิออนในสารละลาย (PO43- BO33- ) เกิดปฏิกิริยาการเคลื่อนย้ายพลังงาน และการเคลื่อนย้ายคาร์โบไฮเดรต
K, Mg , Ca, CI รูปอิออนในสารละลาย(K, Mg2+, Ca2+, CI) ประกอบจำเพาะของสารอินทรีย์การสร้างสมดุลของอิออนต่างๆ
Cu, Fe, Mn.Mc, Zn อิออนหรือคีเลทในสารละลาย (Cu2+, Fe2+Mn2+ MoO-, Zn2+ ) เกี่ยวข้องกระบวนการเคลื่อนย้ายอิเลคตรอนและสารกระตุ้นของเอนไซม์ต่างๆ ในพืช

ดัดแปลงจาก Megel,K. and B.a. Kirby. 1987 Principles of piant Nutrition, 4th ed, Internatipnal Potash Institue. Beme, switzerland. With permission

ตารางที่ 4.2 การตอบสนองของพืชในใบที่ได้รับธาตุอาหารหรือมากเกินไป

ธาตุอาหาร / สภาพที่เกิด ลักษณะอาการแสดงทางใบพืช
ไนโตรเจน (N)
มีไม่เพียงพอ


ได้รับมาก


- เปลี่ยนใบจากสีเขียวของใบแก่เป็นสีเหลือง สีน้ำตาลและใบแห้งตายการเจริญเติบโตช้า ต้นเตี้ย มีความสมบูรณ์ช้าลง

- มีสีเข้ม มีการแตกใบใหม่ และใบอวบง่ายต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลง หากเกิดสภาพแห้งแล้งต้นพืชหักล้มและจะหักล้มได้ง่ายมีการให้ผลผลิตน้อยพิษจาก Ammonium ในกรณีให้ปุ๋ยในรูปแอมโมเนียมไนเตรท ( NH4-N ) อาจเกิดพิษของแอมโมเนียม มีผลให้ลดการเจริญเติบโตและโรคก้นเน่า
ฟอสฟอรัส (P)
มีไม่เพียงพอ

ได้รับมาก


- มีการเจริญเติบโตช้า และเตี้ย ใบแก่จะมีลักษณะสีม่วงทางด้านใต้ใบ
- ไม่มีผลชัดเจนแต่อาจไปกระทบต่อการขาด ธาตุ Zn Fe และ Mn
โปแตสเซียม (K)
มีไม่เพียงพอ
ได้รับมาก


- ใบแก่จะมีจุดไหม้ ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Scorch
- อาจมีผลยับยั้ง การใช้ Mg และทำให้ความสมดุลย์ Ca เปลี่ยนไป
แมกนีเซียม (Mg)
มีไม่เพียงพอ

มากเกินไป


- ใบแก่จะเหลือง ระหว่างเส้นใบ (Chlorosis) การเจริญของต้นช้าลงและง่ายต่อการเข้าทำลายของโรค
- มีผลต่อความสมดุลของธาตุ Ca หรือ K
กำมะถัน (S)
มีไม่เพียงพอ
มากเกินไป

- ใบจะมีสีเขียวเข้ม ส่วนใบแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง
- ปลายยอดและขอบใบ จะมีสีน้ำตาล และทำให้พืชตายในที่สุด
คลอรีน (CI)
มีไม่เพียงพอ

มากเกินไป

- ใบอ่อนจะเกิน Chlorotic และมีการเหี่ยว ทำให้โรคเข้าทำลายได้ง่าย
- เกิดอาการใบเหลือง ในขณะต้นยังไม่โตเต็มที่ มีการไหม้ของขอบใบและปลายยอด
เหล็ก (Fc)
มีไม่เพียงพอ
มากเกินไป

- มีการเกิด Chlorosis ซึ่งพบในใบอ่อน
- จะมีจุดสีน้ำตาลบนใบ
แมงกานีส (Mn)
มีไม่เพียงพอ
ได้รับมากเกินไป


- เกิด Chlorosis ของใบอ่อน ต้นมีการเจริญเติบโตช้า
- ใบแก่จะมีจุดสีน้ำตาล
โมลิบดินัม (Mo)
มีไม่เพียงพอ

มากเกินไป


- ใบอ่อนและใบกลาง จะเกิดอาการ Chlorosis ขอบใบม้วนมีปัญหาในการออกดอก
- ไม่ปรากฏชัดเจน
สังกะสี (Zn)
มีไม่เพียงพอ

ได้รับมากเกินไป

- ด้านบนใบ จะแสดงการเกิด Chlorosis ใบมีขนาดเล็กและเป็นกระจุก
- ทำให้พืชไม่สามารถใช้ธาตุเหล็กได้
   
 




Bangsaiagro.com - เว็บแรกของประเทศไทย ที่นำเสนอบทความ เจาะลึกเรื่องเทคโนโลยีการปลูกพืชไม่ใช้ดินอย่างต่อเนื่อง ก่อตั้งเว็บครั้งแรกเมื่อ 28 มีนาคม พศ. 2546 นับถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 6 ปีแล้ว   สงวนลิขสิทธิ์ในภาพและข้อความ ตามกฏหมาย อนึ่งสำหรับ นักเรียน, นักศึกษา, สถานศึกษา, หรือหน่วยงานของทางราชการ หากต้องการใช้รูป หรือ เนื้อหา จากเว็บไซต์นี้ เพื่ออ้างอิงหรือใช้เป็นส่วนประกอบ สื่อการเรียน การ สอน เพียงแต่ให้ท่าน หรือหน่วยงาน สถานศึกษานั้นๆ ติดต่อ และทำหนังสือมายัง ศูนย์เกษตรกรรมบางไทร เพื่อ ขออนุญาตให้ถูกต้องตามขั้นตอน ก่อน จะนำข้อมูล หรือภาพหน้าใดในเว็บไซต์ไปใช้ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากฝ่าฝืน ไม่ดำเนินการ ตามขั้นตอนที่แจ้งไว้ ทางเราจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ละเมิด ถึงขั้นสูงสุด